Forum Home Forum Home > BabyFancy > บ้าน > ทั่วไป ประสาคุณแม่
  New Posts New Posts RSS Feed: ไม่ต้องกังวล หากลูกมี อาการโคลิค เพราะโปรไบโอติคช่
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

ไม่ต้องกังวล หากลูกมี อาการโคลิค เพราะโปรไบโอติคช่

 Post Reply Post Reply
Author
unyana View Drop Down
Groupie
Groupie


Joined: 23 ส.ค. 2019
Posts: 40
Post Options Post Options   Quote unyana Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ไม่ต้องกังวล หากลูกมี อาการโคลิค เพราะโปรไบโอติคช่
    Posted: 17 มี.ค. 2020 at 22:16 Share


เมื่อลูกเกิด อาการโคลิค หรือ ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ร้องไห้เสียงแหลม ดัง อาจจะมีอาการชักเกร็ง และร้องต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง เป็นแบบนี้หลายวัน คงจะสร้างความกังวลให้กับพ่อแม่ไม่น้อยเลย ถ้าอยากให้ อาการโคลิค ของลูกน้อยดีขึ้นล่ะก็ โปรไบโอติคช่วยคุณได้ แต่ก่อนจะรู้ว่าเจ้าโปรไบโอติคนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาโคลิคของทารกได้อย่างไรนั้น เราไปทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า

            โปรไบโอติค เป็นจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในลำไส้ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวช่วยเรื่องระบบขับถ่าย รักษาสมดุลในลำไส้ ยับยั้งแบคทีเรียไม่ดีบางชนิด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เด็กทารกที่มีภาวะขาดความสมดุลในลำไส้เพราะจุลินทรีย์ดีมีน้อยเกินไป ทำให้เด็กร้องไห้ ต่อเนื่องเป็นเวลานานได้ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุของอาการโคลิค

 

แล้วโปรไบโอติคสามารถแก้ปัญหา เด็กร้องไห้ แบบโคลิคได้อย่างไร

            โคลิค เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานอารมณ์ของตัวเด็กเอง ภูมิแพ้ การปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม แต่ส่วนมากที่พบคือปัญหาเรื่องความสมดุลในลำไส้ พบมากในเด็กที่ไม่ได้คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ และเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ โดยแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้โปรไบโอติกเข้าช่วยปรับสมดุลในลำไส้

 

อยากเพิ่มจำนวนโปรไบโอติคในระบบลำไส้ ต้องทำยังไง

          อาหารที่มีโปรไบโอติคนั้นเราสามารถหาได้ไม่ยากเลย เช่น โยเกิร์ต ชีส กิมจิ ผักดองพื้นบ้านของไทย และสำหรับเด็กทารกนั้น น้ำนมแม่ ก็มีโปรไบโอติคเช่นกัน ซึ่งอาหารที่กล่าวมานี้ล้วนอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างที่บอกว่าโปรไบโอติคเป็นจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตย่อมต้องการกินอาหารเพื่อช่วยในการดำรงอยู่และขยายปริมาณ อาหารของโปรไบโอติคคือ พรีไบโอติค ได้แก่ กล้วย หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง หรืออาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีกากใย รวมถึงน้ำนมแม่ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเด็กไม่ได้ดื่มนมแม่ สมควรอย่างยิ่งที่จะพาไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการใช้โปรไบโอติค โดยขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์

 

หากไม่ทำการรักษาล่ะ ลูกน้อยจะมีความผิดปกติด้านใดบ้าง

          แม้อาการโคลิคจะไม่ได้มีผลกับพัฒนาการของทารกโดยตรง และสามารถหายไปเมื่ออายุทารกถึง 4 – 6 เดือน แต่ผลที่ตามมาระยะยาวไม่ได้เกิดกับเฉพาะลูกน้อยอย่างเดียวเท่านั้น เพราะตัวคุณเองก็จะซึมซับเสียงร้องไห้ของทารกมาเป็นความเครียด บางทีอาจเผลอตะคอกหรือจับทารกมาเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ ส่วนตัวทารกเองก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีความผิดปกติเรื่องระบบลำไส้ ท้องผูกบ่อย บางทีก็ท้องเสียง่าย ส่งผลต่อการพักผ่อน พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

 

            การมีสติ เป็นอีกอย่างที่จะสามารถรับมือกับอาการ ทารกร้องไห้ แบบโคลิคได้ดีที่สุด โดยแนะนำให้เข้าปลอบโยนเด็กโดยทันทีเมื่อเด็กทารกร้องไห้ และหากไม่แน่ใจว่าควรรับมือกับสถานการณ์อย่างไร หรือไม่แน่ใจว่าเด็กร้องไห้เพราะอาการโคลิคหรือไม่ ควรพบแพทย์ในทันที

     

     

 

Back to Top
 Post Reply Post Reply




This page was generated in 0.043 seconds.