Forum Home Forum Home > BabyFancy > ทั่วไป คุณแม่มือใหม่ และ ผองเพื่อน
  New Posts New Posts RSS Feed: อาการก่อนคลอดเป็นไงบ้างคะ
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

อาการก่อนคลอดเป็นไงบ้างคะ

 Post Reply Post Reply
Author
poo2523 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 09 ธ.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 5
Post Options Post Options   Quote poo2523 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: อาการก่อนคลอดเป็นไงบ้างคะ
    Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 00:39 Share

ท้องแรกคะ ตอนนี้กังวลคะกลัว ไม่รู้ว่าอาการก่อนคลอดเป็นไงบ้างคะ แปดเดือกว่าแล้วคะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณคะ

Back to Top
ZZZZZzzzzz View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar
เข็มโปร: 6

Joined: 28 เม.ย. 2006
Posts: 13054
Post Options Post Options   Quote ZZZZZzzzzz Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 09:04 Share

อาการโดยมากจะเริ่มจากการเกร็งตัวของมดลูกที่จะเริ่มถี่ขึ้นเป็ นระยะค่ะ ตอนนี้แปดเดือนกว่าแล้วน่าจะเริ่มมีอาการเกร็งท้องบ้างแต่นานๆเ ป็นทีในหนึ่งวัน (จัดเป็นการฝึกเตรียมคลอดตามธรรมชาติของกล้ามเนื้อมดลูกค่ะ)

แต่ถ้าช่วงใกล้คลอดจริงๆ อาการเกร็งตัวของมดลูก จะปวดเกร็งทุกๆสิบนาที แล้วลดระดับลงมาที่ห้านาที (ถ้าเป็นแบบนี้คือใกล้คลอดมากแล้วค่ะ)

มีบางเคสที่อาการเกร็งตัวของมดลูกยังมีไม่มาก แต่น้ำเดินก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรั่ว (น้ำคร่ำไหลออกมาไม่มากแล้วหยุด) หรือแตกของถุงน้ำคร่ำ (น้ำคร่ำไหลนองเยอะมาก) กรณีนี้คุณหมอจะให้ยาเร่งคลอดเพื่อให้มดลูกบีบตัวถี่ขึ้น เพื่อเตรียมคลอดให้เร็วที่สุด เนื่องจากกลัวการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีรั่ว และเด็กมิอาจอยู่ได้หากขาดน้ำคร่ำเกิน 6 ชม.ในกรณีถุงน้ำคร่ำแตก 

กรณีเร่งคลอดจะจะทำให้รู้สึกปวดมากกว่าการปวดเกร็งตามธรรมชาติ เนื่องจากจังหวะจะไม่สม่ำเสมอและไม่ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนตามธรร มชาติ หากเป็นกรณีถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก หมอจะสะกิดให้แตก เพื่อให้น้ำคร่ำพาตัวเด็กลงให้ต่ำ เพื่อให้คลอดง่ายขึ้น (จุดนี้บอกได้เลยว่าจะปวดขึ้นอีก)

ส่วนการคลอดธรรมชาติ หากเริ่มรู้สึกมีลมเบ่งเมื่อไหร่ก็สามารถคลอดได้ง่ายมากๆ บางคนเบ่งแค่สองสามทีก็ออกแล้วค่ะ

สิ่งที่ทำให้สังเกตได้อีกอย่างนอกเหนือจากอาการปวดเกร็ง หรือน้ำคร่ำเดิน คือ การมีมูกเลืดออกมาค่ะ ถ้ามีมูกเลือดออกมาเมื่อไหร่ นั่นคือ ใกล้คลอดมากแล้ว ให้แจ้งรพ. และเตรียมตัวไปรพ.ได้ค่ะ

ตอนนี้ยังมีเวลาก็จัดเตรียมกระเป๋าเตรียมคลอดได้เลยค่ะคุณแม่ ลองสอบถามทางรพ.ดูว่าเราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง เพราะรพ.บางแห่งเช่นรพ.เอกชนทั่วไปจะมีผ้าอนามัยแบบห่วง หรืออุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นเตรียมไว้ให้ในแพ็คเกจ แต่รพ.รัฐบางแห่งจะไม่มีให้ อันนี้ก็ต้องจัดเตรียมไปเองค่ะ

หากมีขวดนม ที่ปั๊มนม แล้ว ก็จัดเตรียมมไปรพ.ไว้ด้วยเลยค่ะ

นอกนั้นก็เป็นชุดวันกลับของคุณแม่ เสื้อใน (ควรเผื่อไซส์ให้ใหญ่ขึ้น 1 คัพ เนื่องจากหากน้ำนมมา ส่วนมากจะวันที่ 3 หลังคลอด เต้านมจะเต่งมากค่ะ)  กางเกงใน เครื่องสำอาง ยาสระผม ไดร์เป่าผม ชุดเด็ก ผ้าห่อตัวเด็ก เป็นต้น

บางคนอาจเตรียมถุงเท้าไว้ใส่ตอนคลอดกันเท้าเย็น ก็มีค่ะ แต่เราไม่ได้ใส่

รพ.บางที่จะให้เปิดแผ่นซีดีเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ได้ หากอยากเตรียมไปก็ได้ค่ะ

นอกนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องกล้องต่างๆ ก็เตรียมชาร์จแบตไว้ดีๆค่ะ

กรณีที่ไม่สามารถคลอดเองได้ คุณหมอจะผ่าตัดให้ค่ะ โดยมากจะเสร็จอย่างรวดเร็วภายในครึ่งชม. ที่เหลือคือการพักฟื้นของตัวคุณแม่เอง น้ำนมของคุณแม่ผ่าตัดส่วนมากจะมาในวันที่ 4 (จะช้ากว่าคนคลอดเองนิดหน่อย) ที่สำคัญต้องรักษาแผลให้ดีๆค่ะ เพราะโอกาสเป็นแผลคีรอยด์มีมากเหมือนกัน ควรปิดพลาสเตอร์ลดอาการคีรอยด์ที่คุณหมอให้ตลอดค่ะ พยายามอย่าให้แผลเปียกชื้น

เรื่องอาหารการกินจะเหมือนกันหมดทั้งคลอดเองและผ่าตัด คือทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นโปรตีนเป็นหลัก เนื่องจากโปรตีนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และใช้สร้างน้ำนมค่ะ พยายามลดอาหารพวกแป้งและไขมันจะทำให้นน.ค่อยๆลดลง และจะลดเร็วกว่าเดิมหากขยันให้ดูดเต้าค่ะ

หลังคลอดแล้วนน.จะลดลงประมาณ 5-6 กก. แล้วแต่นน.น้องด้วยค่ะ บางคนก็ลดมากกว่านั้น ที่เหลือหลังจากนั้นขึ้นอยู่กับการบริโภคของคุณแม่ค่ะ

ส่วนประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่หลังคลอด อันนี้แต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ บางคนนานหลายเดือน เนื่องจากมีฮอร์โมนการผลิตนมสูง แต่บางคนพอถึงรอบมาเลยก็มีเยอะค่ะ

กรณีประจำเดือนไม่มา ไม่ได้หมายความว่าท้องไม่ได้นะคะ เพราะไข่ยังตกอยู่ตลอด ดังนั้นหลังคลอดแล้วจึงควรคุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยาง หากยังไม่ต้องการมีน้องอีกค่ะ



Edited by ZZZZZzzzzz - 09 ธ.ค. 2008 at 09:10

ผมทะเล้นทุกวันคร้าบบบบบ...   
Back to Top
Happy_jub View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar
เข็มโปร: 1

Joined: 23 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 7627
Post Options Post Options   Quote Happy_jub Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 09:16 Share

ป้าหมอก้อย  ชี้แจงได้ครบถ้วนเรยจร๊า

ของเค้าอ่ะ อาการอย่างนี้เรย ต้องเร่งคลอดเพราะปากมดลูกไม่เปิดเพิ่ม(จาก 2 ซม.)

Originally posted by ZZZZZzzzzz

กรณีเร่งคลอดจะจะทำให้รู้สึกปวดมากกว่าการปวดเกร็งตามธรรมชาติ เนื่องจากจังหวะจะไม่สม่ำเสมอและไม่ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนตามธรร มชาติ หากเป็นกรณีถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก หมอจะสะกิดให้แตก เพื่อให้น้ำคร่ำพาตัวเด็กลงให้ต่ำ เพื่อให้คลอดง่ายขึ้น (จุดนี้บอกได้เลยว่าจะปวดขึ้นอีก)

แล้วว่าที่คุณแม่คนใหม่ จะคลอดเอง รึผ่าคลอดคะ

ยังไงขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกเรยเน้อ

Back to Top
maetaonoi View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 28 เม.ย. 2008
Posts: 42
Post Options Post Options   Quote maetaonoi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 10:51 Share

ขอบคุณคุณ poo2523 ที่ตั้งหัวข้อนี้
ขอบคุณคุณ ZZZZZzzzzz ที่ตอบคำถามให้กระจ่างแจ้ง
และขอบคุณคุณ(ต่อๆไป)ที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่า

ตอนนี้ก็ใกล้แล้วเช่นกัน มาเก็บข้อมูล ยิกๆๆ หุหุ

Back to Top
Lotte View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ต.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 6882
Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 15:01 Share

อาการของล็อตจะปวดท้องคล้ายๆปวดอุจจาระคะ ตอนแรกนึกว่าปวดอุจจาระจริงๆ พอไปนั่งก็ไม่ใช่  ปวดตั้งแต่ก่อนนอน หลับๆตื่นๆจนตีห้า เริ่มเอะใจลองจับเวลาตามหนังสือที่อ่านมา เค้าบอกว่าถ้าปวดเป็นจังหวะทุกๆ 10นาที ปวด แสดงว่าเป็นอาการขั้นแรกของการปวดท้องคลอด ลองจับเวลาดูตก 7-10 นาที ก็เลยบึ่งไปรพ.เลยคะ 7โมงเช้าถึงรพ.ให้หมอตรวจบอกว่าปากมดลูกเปิด 1 ซม.แล้ว ก็เลยเร่งคลอดเลย ขอบอกว่าทรมานมากคะ ปวดมากกกกกกที่สุดในชีวิตแล้ว

Back to Top
ajchara View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 25 พ.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 1018
Post Options Post Options   Quote ajchara Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 20:40 Share

สาวัดดีจ้า  เข้าไปอ่านประสบการณ์คลอดของคุณแม่เดือนตุลาได้น่ะจ๊ะ

http://www.babyfancy.com/forum_posts.asp?TID=46606&PN=1

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10646
Post Options Post Options   Quote PJenMario Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 ธ.ค. 2008 at 22:57 Share

ไม่มีอาการอะไรมากค่ะ แต่ท้องแข็งบ่อยๆ หน่วงหว่างขากับน้องน้อยมากๆ เป็นอยู่ประมาณอาทิตย์นึงค่ะ เวลาเดินยังกะเพนกวินเรยยย

วันก่อนคลอดไปเดินเที่ยวในเมืองมา เดินเยอะมากๆอ่ะ ตกดึกน้ำเดิน ได้ยินเสียงป๊อบนึกว่าฝัน แต่น้ำไหลโจ๊กๆเลย ตำราบอกว่าลุกแล้วจะหยุด แต่มันยังไหลเหมือนเดิม

ต้องเอาผ้าซับไว้ตรงหว่างขาแล้วเดินลมาข้างล่างจัดของกับเตรียม ตัวไปด้วย นั่งรถไปรพ.เบาะเปียกหมดเลย แต่ก็ยังไม่มีอาการอื่นๆเพิ่มเติม

มีเจ็บเตือนเรื่อยๆค่ะ รอจนชม.ที่สิบสามเริ่มมีการอาการเจ็บหนักขึ้นหลังจากไปอาบน้ำกั บถ่ายมา ตอนนั้นที่มดลูกเริ่มเปิด เริ่มมีมูกเลือดออกมาแล้วล่ะ

พอถ่ายเสร็จจะออกไปนอนพัก ตอนจะลุกจากโถแบบว่าปวดเหมือนปวดถ่ายอีกครั้งแต่ลุกแทบไม่ได้เล ย ต้องเกาะราวจับแล้วยกตัวขึ้นมา

มันจะปวดแบบร้าวลงหลังลงหน้าขาเลยค่ะ แต่น้องยังดิ้นปกตินะ น้ำก็ยังไหลต่อไป มิดไวฟ์บอกว่ามันจะไหลจนคลอดเสร็จเลย

ตอนมดลูกเปิดมากๆมันจะปวดจนสะดุ้งสุดตัวเลยค่ะ ตอนน้องจะออกมามันจะปวดเหมือนอยากเบ่งสุดๆเลยนะคะ ถ้ามีอาการปวดมาขอบล๊อกเลยนะถ้าคิดว่าไม่ไหวค่ะ

เราไม่ได้บล๊อก เพราะไม่ทันค่ะ ตอนมดลูกเปิดต่อเนื่องนี่แบบว่าสุดๆไปเลย เจ็บมากๆนะ แต่คุ้มค่ากับการรอคอย

ไม่ต้องกลัวการคลอดนะคะ คุณแม่ต้องทำได้แน่นอน นึกถึงหน้าคนในพุงไว้ค่ะ เค้าออกมาเจ็บแค่ไหนก็หายไปหมดเลย

Back to Top
Mook Mom View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 พ.ย. 2008
Location: Thailand
Posts: 7070
Post Options Post Options   Quote Mook Mom Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 10 ธ.ค. 2008 at 09:07 Share

คุณ ZZZZZzzzzz ให้รายละเอียดครบถ้วนที่สุดแล้วค่ะ...

Originally posted by ZZZZZzzzzz

หากเป็นกรณีถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก หมอจะสะกิดให้แตก เพื่อให้น้ำคร่ำพาตัวเด็กลงให้ต่ำ เพื่อให้คลอดง่ายขึ้น (จุดนี้บอกได้เลยว่าจะปวดขึ้นอีก)

ของเรา กรณีนี้ค่ะ คือถุงน้ำคร่ำไม่แตก

ส่วนอาการที่บอกล่วงหน้าคือ ท้องแข็ง เป็นอาทิตย์ๆเลย ปวดหลัง ขวดขา แต่ไม่มีอาการปวดท้องเตือน

มารู้ตัวอีกที เพราะ เห็นหยดเลือด ที่กางเกงชั้นใน 1 หยด เลยไปหา คุณหมอ...

คุณหมอ ดูแล้วบอกว่า ปากมดลูกเปิดแล้ว 4-5 ซม. เตรียมเข้าห้องรอคลอดเลย  

รอต่อไปอีกไม่นาน ปากมดลูกเปิดต่อไปอย่างต่อเนื่อง แต่ถุงน้ำคร่ำก็ยังไม่แตก แล้วก็ยังไม่มีอาการปวดท้องอะไรเลย สบายตัวสุดๆ

สุดท้ายตอนที่ ปากมดลูกเปิด 8 ซม. คุณหมอ ก็ตัดสินใจ เจาะถุงน้ำคร่ำค่ะ

และแล้วความปวดก็มาเยือนอย่างที่ คุณZZZZzzzzz บอกมาเลยค่ะ ปวดชนิดที่ ร้องไม่ออกเลยค่ะ

แล้วก็เป็นไปตามกลไกการคลอดเลยค่ะ

 

ส่วนการคลอดธรรมชาติ หากเริ่มรู้สึกมีลมเบ่งเมื่อไหร่ก็สามารถคลอดได้ง่ายมากๆ บางคนเบ่งแค่สองสามทีก็ออกแล้วค่ะ

ของเรา ไม่มีค่อยมีแรงเบ่ง เพราะ ปวดท้องมาก....  คุณหมอ ให้พักยกหายใจหลายรอบเลยอะ 55555

 

สิ่งที่ทำให้สังเกตได้อีกอย่างนอกเหนือจากอาการปวดเกร็ง หรือน้ำคร่ำเดิน คือ การมีมูกเลืดออกมาค่ะ ถ้ามีมูกเลือดออกมาเมื่อไหร่ นั่นคือ ใกล้คลอดมากแล้ว ให้แจ้งรพ. และเตรียมตัวไปรพ.ได้ค่ะ

ตอนนี้ยังมีเวลาก็จัดเตรียมกระเป๋าเตรียมคลอดได้เลยค่ะคุณแม่ ลองสอบถามทางรพ.ดูว่าเราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง เพราะรพ.บางแห่งเช่นรพ.เอกชนทั่วไปจะมีผ้าอนามัยแบบห่วง หรืออุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นเตรียมไว้ให้ในแพ็คเกจ แต่รพ.รัฐบางแห่งจะไม่มีให้ อันนี้ก็ต้องจัดเตรียมไปเองค่ะ

เรา เตรียมกระเป๋าตอน 9 เดือนค่ะ วางไว้หน้าประตูบ้านเลย พร้อมไปรพ.ตลอดเวลา แล้วก็ได้ใช้ก่อนกำหนดจริงๆค่ะ ห้ามชะล่าใจนะคะ เตรียมก่อนได้เลยค่ะ

 

นอกนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องกล้องต่างๆ ก็เตรียมชาร์จแบตไว้ดีๆค่ะ

อันนี้สำคัญมากๆนะคะ กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ และตัวคุณสามี เตรียมให้พร้อมเลย ห้ามพลาด

 

ขอเอาใจช่วยนะคะ คุณแม่คนใหม่

ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้ง คุณแม่ คุณลูก นะคะ

Back to Top
poo2523 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 09 ธ.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 5
Post Options Post Options   Quote poo2523 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 ธ.ค. 2008 at 20:09 Share

ขอบคุณทุก ๆท่านนะคะที่มาให้ข้อมูล

ตอนนี้คลอดแล้วคะ คลอดเองด้วย เจ็บเหมือนใจจะขาด แค่ก็คุ้มกับการตั้งตารอคะ คลอดเมื่อวันอาทิตย์ 14/12/51 เวลา 12.48 น้ำหนัก 2890 กรัมน้ำหนักน้อยไปป่าวคะ

 

เมื่อวันนี้ลูกให้หวย 14 คะได้มานิดหน่อย



Edited by poo2523 - 16 ธ.ค. 2008 at 20:12
Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10646
Post Options Post Options   Quote PJenMario Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 ธ.ค. 2008 at 21:03 Share
ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ไม่น้อยหรอกค่ะ ถือว่ากำลังดี พ้น 2600gram หมอที่นี่บอกว่าไม่เข้าข่ายนน.น้อยแล้วค่ะ
Back to Top
poo2523 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 09 ธ.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 5
Post Options Post Options   Quote poo2523 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 ธ.ค. 2008 at 21:33 Share

Originally posted by PJenMario

ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ไม่น้อยหรอกค่ะ ถือว่ากำลังดี พ้น 2600gram หมอที่นี่บอกว่าไม่เข้าข่ายนน.น้อยแล้วค่ะ

 

 

ดีใจจัง และขอบคุณคะ ตอนนี้อยู่โรงบาลราชวิถี พรุ่งนี้น่าจะออกได้ แต่เห็นพยาบาลบอกว่าลูกเริ่มเหลือง ไม่รู้จะได้ออกพร้อม ๆกันหรือเปล่า แล้วตัวเหลืองมาจากอะไรคะ อันตรายไหม กังวลอีกแล้วคะ

Back to Top
ZZZZZzzzzz View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar
เข็มโปร: 6

Joined: 28 เม.ย. 2006
Posts: 13054
Post Options Post Options   Quote ZZZZZzzzzz Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 ธ.ค. 2008 at 09:15 Share

จัดว่าเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปหลังเด็กคลอดภายใน 2-5 วันค่ะ ถ้าอาการเป็นไม่มากให้นำเด็กมาอาบแดดอ่อนๆเพื่อรับแสงอุลตร้าไว โอเล็ตในตอนเช้าตรู่บ่อยๆค่ะ  ถ้าค่าสารเหลืองที่วัดได้สูงขึ้นอาจจะต้องอบแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ที่โรงพยาบาลค่ะ เค้าจะเอาผ้าสีดำคาดตาเด็กเพื่อกันแสง เสื้อไม่ต้องใส่ เหลือแต่โป๊ะโกะกับถุงมือ นอนอาบแดดไปเรื่อยๆจนเกรียม เอ๊ย ดำขึ้นหน่ะค่ะ  แต่เด๋วก็หาย การหมั่นให้ดูดนมแม่บ่อยๆจะช่วยลดสารเหลืองได้ด้วยค่ะ

ลองอ่านรายละเอียดดูตามนี้นะคะ

อาการตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด - Physiologic Jaundice

ลักษณะทั่วไป
ทารกแรกเกิด ที่เข็งแรงเป็นปกติ ประมาณ 60% อาจมีอาการดีซ่าน (ตาเหลือง ตัวเหลือง
ปัสสาวะเหลืองเข้มเหมือนขมิ้น) ได้ ซึ่งถือเป็นภาวะปกติ ทั้งนี้เนื่องจากตับของทารกยังทำงาน
ไม่ได้เต็มที่ คือ ยังไม่สามารถขจัดสารสีเหลือง ได้แก่ บิลิรูบิน (bilirubin)* ออกจากกระแสเลือด
จึงทำให้มีการคั่งของสารนี้ จนเกิดอาการดีซ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากทารกดูดนม หรือน้ำ
ได้น้อยเกินไป ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้เกิดดีซ่านได้มากขึ้น ทารกที่คลอดก่อนกำหนด และทารกที่
ตัวเล็กกว่าปกติ มีโอกาสเป็นดีซ่านมากกว่าทารกที่คลอดปกติ

อาการ

เด็กจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้มเหมือนขมิ้น เมื่ออายุประมาณ 2-5 วัน จะ
เหลืองเข้มที่สุดในราววันที่ 5-7 หลังคลอด แล้วจะค่อย ๆ จางหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ โดย
ที่เด็กดูแข็งแรงดี ไม่มีไข้ ไม่ซึม ไม่งอแง ไม่ซีด ดูดนม และน้ำได้ดี ถ่ายอุจจาระสีปกติ

สิ่งตรวจพบ

ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเหลืองเหมือนขมิ้น

อาการแทรกซ้อน

โดยทั่วไปภาวะเช่นนี้ มักจะไม่มีอันตรายต่อทารกแต่อย่างใด ยกเว้นในรายที่มีการตาเหลือง
ตัวเหลืองมากอาจทำให้ สมองพิการ ได้ เนื่องจากมีการสะสมสารบิลิรูบินในสมอง ดังที่เรียกว่า
เคิร์นอิกเตอรัส (Kernicterus)
ทารกจะมีอาการซึม ไม่ดูดนม อาเจียน หลังแอ่น ตาเหลือก ชัก และอาจตายได้ หากไม่ตายก็

อาจกลายเป็นเด็กพิการ

การรักษา

1.
ถ้าพบอาการดีซ่านในทารกแรกเกิด ซึ่งเริ่มมีอาการในวันที่ 2-5 หลังคลอด ควรตรวจดูทารก
อย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสาเหตุจากอย่างอื่น และทารกท่าทางแข็งแรงดี ก็แนะนำให้เด็ก
ดูดนม และน้ำให้มากขึ้น
ควรให้เด็กตากแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า และใช้แสงไฟนีออนส่อง จะช่วยลดอาการเหลืองได้ ถ้าหาก

พบว่า ทารกตัวเหลืองเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ หรือฝ่ามือฝ่าเท้าเหลืองด้วย
ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง
2.
ถ้าพบว่าทารกมีอาการไข้, ซีด, ท้องเสีย, ซึมผิดปกติ, ตัวอ่อนปวกเปียก, ไม่ดูดนม, อาเจียน, ชัก,
หรือเริ่มมีอาการดีซ่านภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด หรือเมื่อมีอายุมากกว่า 7 วัน ควรส่งโรงพยาบาล

ภายใน 24 ชม. อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะหรือตรวจพิเศษอื่น ๆ เพื่อค้นหาสาเหตุ และให้
การรักษาตามสาเหตุในรายที่เป็นภาวะตัวเหลืองปกติ แต่เหลืองจัด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสมองเด็ก
อาจต้องทำการถ่ายเลือด

รายละเอียด

* บิลิรูบิน (bilirubin)
เป็นสารสีเหลือง ซึ่งเกิดจากการสลาย (แตก) ตัวของเม็ดเลือดแดง โดยปกติ
ตับจะทำหน้าที่ดึงเอาสารนี้ออกจากกระแสเลือด และนำไปสร้างน้ำดี น้ำดีส่วนหนึ่งจะเก็บสะสมอยู่ใน
ถุงน้ำดี ซึ่งต่อมาจะไหลผ่านท่อน้ำดีร่วม ( common bile duct)      ลงไปในลำไส้เล็กเพื่อช่วยย่อย
อาหารพวกไขมัน น้ำดีส่วนที่เหลือจะไหลโดยตรงจากตับผ่านท่อตับ ท่อน้ำดี ลงไปที่ลำไส้เล็ก ถ้าหาก
เกิดความผิดพลาดเกี่ยวกับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการดังก ล่าว    เช่น เม็ดเลือดแดงแตก
ตัวมากเกินไป (เช่น ที่พบในโรคเม็ดเลือดแดงแตก), ท่อน้ำดีอุดตัน, ตับอักเสบ, ตับไม่สามารถขจัด
สารบิลิรูบินเป็นต้น ก็จะทำให้มีการคั่งของสารบิลิรูบินในกระแสเลือด    กลายเป็น ดีซ่าน มีอาการตา
เหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเหลืองเหมือนขมิ้น

------------------------------------------------------------ -----------------

กรณีอื่นที่ทำให้เด็กทารกตัวเหลือง อาจเกิดจากหมู่เลือดที่ไม่เข้ากันของแม่และลูกค่ะ

Hemolytic Disease of the newborn

เป็นโรคในทารกแรกคลอดที่เกิดเนื่องจากมีการแตกของเม็ดเลือดแดง hemolysis ของทารกเอง ทำให้
ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน erythroblast มาก อาการที่พบคือ มีลักษณะ ซีด เหลือง ตับ ม้ามโต 
มีระดับของ Bilirubin สูง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาระดับของ bilirubin ที่สูงและนานเกินไป
จะทำให้เกิดอันตรายต่อสมองของทารก ( เรียก Kernicterus) 

โรคเกิดขึ้นเนื่องจากแอนติบอดีย์ชนิด IgG isoantibody ของมารดาที่ผ่านมาทางรกเป็นแอนติบอดีย์ต่อ
แอนติเจนบนผิงเม็ดเลือดแดงของลูก เป็นเหตุให้เกิดปฏิกริยาทางอิมมูนในการทำลายเม็ดเลือดแดงของทาร ก
ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อหมู่เลือดของมารดากับบิดาต ่างกัน และบุตนในครรภ์มีหมู่เลือดเดียวกับของ
บิดา ทำให้หมู่เลือดของลูกและแม่ต่างกัน สามารถพบลักษณธเช่นนี้ได้ในหมู่เลือดระบบ ABO และ Rh

อาการเนื่องจากระบบหมู่เลือด ABO

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือการที่แม่มีหมู่เลือด O แล้วลูกมีหมู่เลือดเป็น A หรือ B
พวกที่เกิดจากระบบ ABO เรียกว่า  ABO blood group incompatibility  เนื่องจากแอนติบอดีย์ของ
หมู่เลือดระบบ ABO เป็น naturally occuring antibody (เป็นแอนติบอดีย์ที่เกิดขึ้นมาได้เองตาม
ธรรมชาติตั้งแต่เกิด) ซึ่งแม่ที่มีหมู่เลือด O ในซีรั่มของแม่จะมีแอนติบอดีย์ ต่อทั่ง แอนติเจน A และ
แอนติเจน B  ซึ่งถ้าลูกมีหมู่เลือดเป็น A หรือ B (บนผิวเม็ดเลือดแดงของลูกก็จะมีแอนติเจน A หรือ B อยู่) แอนติบอดีย์นี้จะสามารถผ่านรกมายังลูกได้ และจะไปยังบนผิวเม็ดเลือดแดงของลูก พร้อมกระตุ้นให้เกิด
ขบวนการที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก (hemolysis) เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการซีดในทารก เกิดมีระดับของ
บิลิรูบินในเลือดลูกสูง เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลือง หากปล่อยไว้ไม่รีบหาทางลดระดับของบิลิรูบินในเลือดลง
อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองของทารกได้เรียกโรค Kernicterus   

การกำจัดหรือลดระดับของบิลิรูบินในทารกได้โดยการฉายแสง จะเห็นว่ามีการปิดตาทารกเพื่อป้องกันอันตราย
ของดวงตาทารกจากการถูกแสง จากนั้นก็จะใช้ไฟส่องที่ตัวทารก เนื่องจากบิบิรูบินมีความไวต่อแสงและถูก
ทำลายได้  สามารถช่วยลดได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากการแตกของเม็ด
เลือดแดงของลูกมีความรุนแรงมากเกินกว่าการฉายแสง แพทย์อาจพิจารณาใช้การถ่ายเลือดเพื่อช่วยลดระดับ
ของบิลิรูบินไม่ให้มีระดับสูงนานเกินไป

อาการเนื่องจากระบบหมู่เลือด Rh
โดยแม่เป็นหมู่เลือด Rh -ve แล้วลูกเป็นหมู่เลือด Rh +ve มักจะพบอาการได้ในครรภ์ที่สองขึ้นไป (เกิดได้
โดยที่แม่เป็น Rh -ve พ่อเป็นหมุ่เลือด Rh +ve ลูกสามารถมีหมู่เลือดเป็น Rh +ve)  เพราะ anti-Rh 
antibody มิได้เป็น naturally occuring antibody หรือในคน Rh -ve ปกติจะยังไม่มี anti-Rh 
antibody ในกระแสเลือดมาก่อน การคลอดครั้งแรกจึงเหมือนเป็นการถูกกระตุ้นให้ระบบของแม่สร้าง
แอนติบอดีย์ ต่อ Rh แอนติเจนบนผิวเม็ดเลือดแดงขึ้นมา แต่ยังไม่มีผลใดๆต่อลูกคนแรกเพราะคลอดออกมาแล้ว
ต่อมาในครรภ์หลังถ้าบุตรมีหมู่เลือด Rh +ve อีก ครานี้ anti-Rh antibody จากแม่จะผ่านไปยังรกเข้าไป
ยังตัวลูกและทำให้เม็ดเลือดแดงในลูกเกิดการแตกง่ายขึ้น (hemolysis)
ในปัจจุบันเรามีวิธีป้องกันเมื่อตรวจพบว่าหมู่เลือด Rh ของแม่เป็น Rh -ve และหมู่เลือดของลูกเป็น Rh +ve
โดยการให้ anti-Rh immune serum ให้กับแม่หมู่เลือด Rh -ve ภายใน 24 ชม. หลังคลอดบุตรทุกครั้ง
ตั้งแต่ครรภ์แรก เพื่อป้องกันมิให้เม็ดเลือดแดงจากลูกที่เป็น Rh +ve เข้าไปในร่างกายแม่เพื่อกระตุ้นให้ระบบ
ของแม่สร้าง anti-Rh antibody ขึ้นมาได้ การป้องกันเช่นนี้ลูกในลำดับต่อไปที่จะคลอดมาไม่มีปัญหา 



Edited by ZZZZZzzzzz - 17 ธ.ค. 2008 at 09:46

ผมทะเล้นทุกวันคร้าบบบบบ...   
Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10646
Post Options Post Options   Quote PJenMario Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 ธ.ค. 2008 at 16:35 Share

คุณแม่ติวเตอร์ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เพื่อนก็ลูกตอนคลอดตัวเหลืองเหมือนกัน ไปเห็นแล้วยังกะทาขมิ้นเลย

ตอนเข้าตู้อบที่นีให้ใส่แว่นตาเหมือนวินมอไซด์แล้วนอนในตู้อบล่ ะค่ะ เห็นห้องข้างๆลูกสาวเค้านอนตอนยังอยู่รพ. เข้าไปแล้วร้อนมากๆเลย

Back to Top
ANDA View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 ส.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 7947
Post Options Post Options   Quote ANDA Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 ธ.ค. 2008 at 17:06 Share

เอาประสพการณ์มาเล่าแล้วกันนะคะ เพราะต้องบอกก่อนว่าแต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน

ของเรามีเลือดออกมาตอนประมาณซัก6 โมงเช้า เรารู้สึกได้ มันเหมือนตอนเราเป็นประจำเดือน แต่ไม่ได้เยอะหรอกนะคะ เลยรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไป รพ. แต่ก้อไม่ลืมโทรไปแจ้งที่ รพ. เค้าก่อนนิดนึง ถึง รพ. ซัก 6โมงครึ่ง พยาบาลก้อพาเข้าห้องรอคลอด ตรวจดูว่าปากมดลูกเปิดบ้างหรือป๊ะ แต่ตอนนั้นของเรายังไม่เปิด เค้าก้อให้นอนรอโดยให้น้ำเกลือด้วย พยาบาลก็เข้ามาดูทุกชั่วโมงเลย เวียนไปเวียนมา แล้วก็ดูว่าปากมดลูกเปิดหรือยัง จนกระทั่งซักบ่ายโมงกว่าๆ เค้าเริ่มให้ยาเร่งคลอดแล้วแต่ของเราเป็น รพ.เอกชน วิธีการให้ยาเร่งต่างจาก รพ.รัฐ  เพราะเค้าจะมีเครื่องควบคุมปริมาณยาที่ให้ว่าจะให้กี่% ส่วน รพ.รัฐ เค้าจะฉีดยารวมไปกับน้ำเกลือเลยดังนั้น ยาเร่งของเรามันจะค่อยปวดขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณ ที่เค้าปรับให้เหมาะกับเรา โดยเริ่มจาก 10% 20% แล้วก้อเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนกือบ 80 % (มั้ง)ลืมบอกไปว่า หมอเจาะน้ำคร่ำให้ตอนประมาณ2 ทุ่มได้  พอ 4 ทุ่ม ปากมดลูกก้อเปิดประมาณ4-5 ซม.แล้ว ซักเที่ยงคืนหมอให้พยาบาลฉีดยาระงับปวดให้ เพราะตั้งแต่มาถึง รพ. ยังไม่ได้นอนเลย เพลียมาก ได้กินตอนมื้อเที่ยง หลังจากนั้นเค้าไม่ให้กินแล้ว เพราะพยาบาลบอกว่าเผื่อต้องผ่า ตอนที่เค้าเร่งปริมาณยา รู้สึกปวดมาก แต่ก้อทำใจอยู่ว่าถ้าถึงเวลาคลอดมันต้องเจ็บมากกว่านี้อีกหลายเ ท่า ตอนนี้เวลาประมาณ ตี1-2 ได้แล้วปากมดลูกเปิดเพิ่มเป็น6-7 ซม. แต่มันเริ่มเกิดปัญญาขึ้นแล้วคือลูกในท้องหัวใจเต้นช้าลง หมอเลยลดปริมาณยาที่ให้ ซักพักนึงหัวใจเค้าก้อเริ่มเต้นเป็นปกติ แล้วหมอก้อตรวจปากมดลูกอีก มันก้อไม่เปิดเพิ่มแล้วเลยให้ยาเร่งอีก คราวนี้หัวใจลูกเต้นช้าอีก หมอเลยเอาเครื่องตรวจการเต้นของหัวใจลูกแล้ว;print เป็นกราฟมาดูอย่างใกล้ชิด แล้วหยุดให้ยาเร่งอีก ทำอย่างนี้อยู่หลายครั้ง จนเป็นที่แน่ใจแล้วว่าถ้ายังให้ยาเร่งอยู่อีก อาจเป็นอันตรายกับลูก หมอจึงหยุดให้ยาเร่งทันที แล้วตรวจดูว่าปากมดลูกเปิดเพิ่มอีกไหม  แล้วหมอถามว่า คุณแม่มีอาการเจ็บท้องบ้างหรือเปล่า เลยตอบคุณหมอว่าถ้าไม่ให้ยาเร่งก้อไม่เจ็บเลย    ; คุณหมอตรวจปากมดลูกอีกทีก้อไม่เปิดเพิ่มเลย คุณหมอเลยพิจารณาว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต้องผ่าแน่นอน เพราะถ้าไม่เจ็บท้องปากมดลูกก้อไม่เปิดเพิ่ม เมื่อไม่เปิด ลูกก็ไม่สามารถคลอดออกมาได้ เวลาตอนนั้นก้อประมาณ ตี4 กว่าๆ แล้ว ผลสุดท้ายก้อต้องผ่า เราเลยคลอดลูกตอน ตี5 5นาที แล้วคุณหมอมาบอกตอนหลังว่ามีคุณแม่หลายคนที่ไม่เจ็บเลยเค้าเรีย กว่า ไม่มีลมเบ่ง  เลยทำให้ไม่สามารถคลอดเองได้

คงเป็นประสบการณ์ให้คุณแม่ที่เตรียมคลอดได้เตรียมตัวเตรียมใจหา กเกิดปัญหาแบบเราได้

Back to Top
poo2523 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 09 ธ.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 5
Post Options Post Options   Quote poo2523 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 ธ.ค. 2008 at 23:22 Share

ปัญหาใหม่อีกแล้วคะ ลูกไม่ถ่ายมาสองวันแล้วคะ

Back to Top
ZZZZZzzzzz View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar
เข็มโปร: 6

Joined: 28 เม.ย. 2006
Posts: 13054
Post Options Post Options   Quote ZZZZZzzzzz Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 ธ.ค. 2008 at 08:41 Share

ให้ทานนมผงหรือนมแม่คะ ถ้าทานนมแม่ ส่วนใหญ่น้องจะถ่ายดี อึจะมีลักษระเหลวๆหนืดๆสีเหลืองทอง แต่ถ้าให้นมผงน้องอาจท้องผูกได้ในช่วงแรก ลองผสมน้ำให้เยอะกว่านมผงนิดหน่อยทุกครั้งเวลาชงค่ะ ถ้าเลย 1 อาทิตย์น้องยังท้องผูกอยู่ ลองปรึกษากุมารแพทย์เผื่อต้องใช้ยาเหน็บเพื่อให้ถ่าย หรืออาจต้องเปลี่ยนยี่ห้อนมผงค่ะ

ส่วนนมผงยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับเด็กเองว่าถูกกับยี่ห้อไหนค่ะ ถ้ากินแล้วไม่ท้องผูกหรือท้องเสีย น้ำหนักขึ้นดี ไม่มีผื่นแพ้ ก็เรียกว่าใช้ได้ค่ะ โดยมากเค้าจะว่านมผงตระกูล เอส-26 จะทำให้ท้องผูกอันดับหนึ่ง แต่ลูกเราทานแล้วถูกกันดี ไม่มีปัญหาค่ะ

ช่วงนี้ถ้าน้องท้องอืด ให้ทานยาน้ำไกรบ์วอเตอร์ หรือแอร์เอ็กซ์สำหรับเด็ก หรืออาจทามหาหิงค์บางๆรอบสะดือเพื่อขับลมค่ะ หลังทานนมเสร็จทุกครั้งให้จับนั่ง หรืออุ้มพาดบ่า เอามือลูบหลังเพื่อไล่ลมซัก 3-5 นาที ก่อนพาไปนอนค่ะ น้องอาจมีสำรอกได้บ้างจากอาการเรอ ที่สำคัญ คือ ควรระวังการสำรอกช่วงเข้านอนไปแล้ว เพื่อกันการสำลักเข้าปอด โดยมากถ้าน้องเรอออกมาได้ก่อน มักจะไม่มีปัญหาสำรอกตอนนอนหลับค่ะ


ผมทะเล้นทุกวันคร้าบบบบบ...   
Back to Top
accaon View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 01 ก.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 420
Post Options Post Options   Quote accaon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 ธ.ค. 2008 at 09:47 Share

เข้ามาดูข้อมูลดีๆค่ะ ตอนนี้อ้นก็ท้อง7 เดือน แล้วและเป็นื้องแรกด้วย อยากคลอดเองคงจะคลอดที่ ร.พ..เอกชนใกล้บ้านน่ะค่ะ แต่อยากได้ช้อมูลในการเลือกคลอดจัง เดี๋ยวนี้มันมีแบบแพ็คเกจแล้ว อ้นไม่รู้ว่าการใช้แพ็คเกจกับแบบไม่ใช้แพ็คเกจ มันต่างกันยังไงแล้วมันมีอะไรที่ไม่จำเป็นรึป่าว เช่น วัคซีนเข็มแรกทาง ร.พ.ต้องฉีดให้เด็กอยู่แล้ว หรืออื่นๆอีกน่ะค่ะ แบบว่าอะไรที่ไม่จำเป็นก็ต้องการตัดออกเพราะอยากเก็บตังค์เหล่า นั้นไว้ให้หนูน้อยมากกว่า รบกวนเพื่อนๆในห้องนี้แนะนำทีนะคะ

Back to Top
Amita View Drop Down
LadySquare Sponsor
LadySquare Sponsor
Avatar
BabyPlus

Joined: 02 ก.พ. 2007
Location: Thailand
Posts: 12331
Post Options Post Options   Quote Amita Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 ธ.ค. 2008 at 13:05 Share

เข้ามาเก็บข้อมูล ขอบคุณจขกท.ที่มาตั้งไว้

และขอบคุณแม่ๆที่มาให้ข้อมูลเหมือนกันจ้า ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

เมื่อวานท้องแข็ง ประมาณ 40 ครั้งได้แต่ไม่ได้ถี่ทุกๆ 10 หรือ 5 นาทีเลยไม่ได้ไปหาหมอ

แต่วันนี้ไม่มีอาการท้องแข็งถี่เลย ตั้งแต่เช้าแข็งไป 3 ครั้งเอง

Back to Top
 Post Reply Post Reply


การประกาศซื้อขาย และการตั้งกระทู้

ทุกประกาศไม่เกี่ยวข้องกับ BabyFancy.com และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ BabyFancy ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบประกาศ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ




This page was generated in 0.131 seconds.