Forum Home Forum Home > BabyFancy > ทั่วไป คุณแม่มือใหม่ และ ผองเพื่อน > แก๊งแม่ลูกหนู ปี 51
  New Posts New Posts RSS Feed: ห้องเตรียมตัวมีโปรเจค2
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

ห้องเตรียมตัวมีโปรเจค2

 Post Reply Post Reply
Author
Lotte View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ต.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 6882
Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ห้องเตรียมตัวมีโปรเจค2
    Posted: 30 ต.ค. 2009 at 10:38 Share

เปิดห้องเฉพาะกิจ สำหรับคุณแม่ที่เตรียมจะมีโปรเจคสองคะ ใครมีเทคนิคการเตรียมตัวหรือเคล็ดลับ ไม่ลับ สูตรลูกชาย ลูกสาว ลูกแฝด(จะมีสูตรมั้ยเนี่ยLOL) หรือข้อมูลช่วงตั้งครรภ์  มีอะไรยังไงบ้าง มาแชร์กันนะคะ  Smile 

เปิดห้องเฉพาะกิจไว้เลย จะได้รวมรวมข้อมูลไว้ที่เดียวคะ จะได้หาง่ายๆเนอะ

Back to Top
Lotte View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ต.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 6882
Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 10:44 Share
ว่าแล้วก็ เอาสูตรลูกชายลูกสาวไปก่อนเลยคะ เห็นเพื่อนๆถามถึง
ไปค้นที่เคย save ไว้ในอดีตคะ เจอมาแค่นี้คะ
แต่จะบอกว่า ลูกคนแรกของเราไม่ได้ใช้สูตรอะไรนะคะ  แค่ใช้สูตรคนมีลูกยากของคุณหมอที่นนทเวชคะ (ไว้ว่างๆจะมาแปะเพิ่มนะคะ)
 
 

เทคนิคได้ลูกชาย หรือ ลูกสาว


การที่ไม่ได้เพศลูกตามที่ต้องการนั้นต้องโทษผู้ชายมากกว่าครับ เพราะตัวกำหนดเพศก็คือ ตัวอสุจิของผู้ชายนั่นเอง ซึ่งอสุจิก็จะมีตัวอสุจิตัวผู้กับอสุจิตัวเมีย ถ้าอสุจิตัวผู้ไปถึงไข่ก่อน เจาะเข้าไปปฏิสนธิก่อนก็จะได้ลูกชาย แต่ถ้าอสุจิตัวเมียเจาะเข้าไปปฏิสนธิก่อนก็จะได้ลูกสาว ไข่ของผู้หญิงไม่ได้มีส่วนในการกำหนดเพศเลยครับ

เพราะอย่างนี้หากไม่ได้เพศตามที่ต้องการจะได้รู้ไว้เลยว่าเป็นค วามผิดของฝ่ายชายแต่เพียงผู้เดียวพอรู้ว่าอสุจิของผู้ชายนี่เอง ที่เป็นตัวกำหนดเพศ นักวิทยาศาสตร์ก็เลยลองทำการศึกษาเจ้าอสุจิตัวผู้กับตัวเมียดู จับมาวิ่งแข่งกัน เอามาจับแช่กรดแช่ด่างดูว่ามันจะทนร้อนทนหนาวกันแค่ไหน ก็พบว่า
เจ้าอสุจิตัวเมียจะตัวใหญ่อวบอั๋นกว่า อึดทนทานกว่า วิ่งช้ากว่า แต่ถ้าอยู่ในภาวะกรดอ่อนๆ จะวิ่งได้ดีกว่า ส่วนอสุจิตัวผู้จะตัวเล็กปราดเปรียวกว่า แต่ก็ใจเสาะ วิ่งไปได้ไม่เท่าไรก็หมดแรงเสียแล้ว แต่จะวิ่งได้เร็วกว่าอสุจิตัวเมีย ยิ่งเป็นด่างอ่อนๆ ก็ยิ่งชอบ


เซ็กซ์ห่างๆ ได้ลูกชาย

พอคนเราแอบไปรู้ความลับของเจ้าตัวอสุจิเข้าก็เอามาใช้ประโยชน์ท ันที คนที่อยากได้ลูกชายก็ต้องพยายามให้มีเพศสัมพันธ์ใน
วันที่ไข่ตกพอดี เพราะวันที่ไข่ตกพอดีนั้น ช่องคลอดก็จะมีความเป็นด่างสูง แล้วก็ต้องให้ถึงจุดสุดยอดพร้อมๆ กันอีกด้วยนะ ( โอ๋ ขอยืนยันค่ะ ว่าต้องวันไข่ตก จริง ๆ เท่านั้น ถึงจะ xxx แต่ช่วงเดือนแรก ๆ ก็ยังไม่ได้ผล แต่พอทานโฟลิกไปได้ประมาณเกือบ 2 เดือน ก็สำเร็จเลยค่ะ รวมระยะเวลาแล้วก็ประมาณ 4 เดือนค่ะถึงจะเริ่มป่อง..  )

เพราะตอนที่ถึงจุดสุดยอดผู้หญิงเราจะหลั่งน้ำที่มีภาวะเป็นด่าง ออกมาเชื้ออสุจิตัวผู้ก็จะวิ่งฉิวเลย ดังนั้นหากอยากจะได้ลูกชาย ฝ่ายคุณสามีก็ต้องเหนื่อยหน่อย ต้องพยายามทุกวิถีทางให้ภรรยาถึงจุดสุดยอดให้ได้

หากกลัวไม่ชัวร์ก็ให้เอาโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา ใส่น้ำ 1 ขวดแม่โขงหรือ 750 ซีซี เขย่าให้เข้ากัน สวนล้างช่องคลอด แค่นี้ช่องคลอดก็เป็นด่างสมใจ แถมเวลาปล่อยอสุจิออกมาก็ต้องปล่อยให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ เนื่องจากตัวผู้วิ่งเร็วแต่ก็วิ่งไปได้ไม่ไกล หากปล่อยเชื้อตื้นๆ เดี๋ยวมันจะวิ่งไปไม่ถึง เขาว่ากันว่าการมีเพศสัมพันธ์ใน
ท่าเข้าทางด้านหลัง ( ท่านี้เลยค่ะ ..Confirm
 )จะสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุด แล้วต้องกดไว้ลึกๆ ด้วยนะ ลองดูก็แล้วกัน

แล้วหากอยากได้ลูกชายก็ต้องไม่ยุ่งกันบ่อยด้วย เรียกว่าเก็บอั้นน้ำเชื้อไว้ขุนเอาไว้ให้อ้วน พอถึงวันตกไข่ก็ยุ่งกันทีเดียวพอ เรียกว่า ยิงนัดเดียว จะมีโอกาสได้ลูกชายเยอะกว่า แต่ถ้าหากยุ่งกันบ่อยๆ ถี่ๆ วันหนึ่งสามเวลา วันหยุดเพิ่มรอบเช้า เรียกว่ายิงรัวกันเป็นชุด ก็มักจะได้ลูกสาวเสียมากกว่า …มิน่าเล่า…ผู้ชายเจ้าชู้ ชอบมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ เลยมักมีแต่ลูกสาว แล้วก็คงเป็นเพราะอย่างนี้มั้งที่ลูกคนหัวปีมักจะเป็นลูกสาวมาก กว่าลูกชาย เพราะตอนแต่งกันใหม่ๆ ข้าวใหม่ปลามันก็คงต้องมีอะไรกันถี่อยู่แล้ว ยิ่งถี่ก็ยิ่งมีโอกาสได้ลูกสาวมากกว่า พออยู่กันไปนานๆ ชักจะหมดแรง บางทีเดือนหนึ่งยุ่งกันแค่ทีสองที เลยมีโอกาสได้ลูกชายมากกว่า แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะแยะ


เซ็กซ์ถี่ๆ มีลูกสาวจ้า

แล้วหากยากได้ลูกสาวละก็ ต้องมีเพศสัมพันธ์กันบ่อยหน่อย แล้วต้องไม่ใช่วันที่ไข่ตกด้วยนะ อาจจะก่อนสักวัน หรือหลังหนึ่งวันก็ได้ เพราะตอนนั้นช่องคลอดจะมีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งอสุจิตัวเมียจะวิ่งได้ดีกว่าแล้วถ้าหากอยากได้ลูกสาว ฝ่ายหญิงก็ต้องกัดฟันทนอย่าให้ถึงจุดสุดยอดด้วยนะครับ เดี๋ยวเกิดถึงขึ้นมาก็จะหลั่งน้ำที่เป็นด่างออกมา ตัวผู้มันจะวิ่งตัดหน้าไปถึงไข่ซะก่อนเลยอดได้ลูกสาว

เพราะดันไปถึงจุดสุดยอดซะนี่ เวลายุ่งกันก็ไม่ต้องให้คุณสามีเล้าโลมมาก พยายามนึกถึงหน้าเจ้าหนี้ คิดถึงพระถึงเจ้าไว้ หรือไม่ก็นอนอ่านขายหัวเราะไปพลางๆ ก็ได้ ถ้าไม่ชัวร์ก็อาจสวนล้างด้วยน้ำ 1 ขวดแม่โขง ผสมน้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ให้ช่องคลอดเป็นกรดอ่อนๆ แล้วถ้าอยากได้ลูกสาวก็ต้องปล่อยน้ำเชื้อตื้นๆ ด้วย เชื้อตัวเมียถึงแม้จะอ้วนอุ้ยอ้าย แต่จะอึดว่ายไปได้ไกลกว่า จะยุ่งกันท่าไหนก็ได้ตามถนัด แต่ตอนจะปล่อยน้ำอสุจิก็ให้ถอยออกมาปริ่มๆ หน่อยก็แล้วกัน โดยมากแล้วผู้ชายเราจะถึงจุดสุดยอดในจังหวะดันเข้ามากกว่าจังหว ะถอนออกซะด้วย ยิ่งตอนสำคัญอย่างนี้บางทีก็หน้ามืดลืมซะทุกทีว่าต้องถอยออกมาป ล่อยตื้นๆ …นึกขึ้นได้ก็ปล่อยออกมาจนคอพับคออ่อนไปก่อนซะแล้ว


เซ็กซ์ เลือกเพศ ไม่ง่ายนะ

การเลือกเพศโดยวิธีธรรมชาตินี้ตามทฤษฎี เขาว่ามีโอกาสได้เพศที่ต้องการเพียงแค่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ เพราะเชื้ออสุจิมันไม่มีลูกตา ไม่มีระบบนำวิถี มันจะว่ายสะเปะสะปะไปเรื่อยๆ ด้วยความที่มันเคลื่อนไม่แน่ไม่นอนนี่แหละก็เลยทำให้จำนวนเชื้อ อสุจิตัวผู้กับตัวเมียไปถึงไข่ในเวลาไม่แตกต่างกัน จำนวนเชื้อโดยเฉลี่ยแล้วก็ไม่แตกต่างกันยังไงเสียโอกาสได้เพศที ่ต้องการมันก็ห้าสิบห้าสิบเหมือนเดิม
ก็อย่าไปซีเรียสเลยค่ะ ลูกสาวหรือลูกชายก็ลูกเราเหมือนกัน ขอให้สมบูรณ์แข็งแรง เติบโตมาเป็นเด็กดีของพ่อของแม่ เป็นคนดีของสังคมก็พอใจแล้ว…อย่าไปเครียดอย่าไปคาดหวังเลย… ปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ มีเพศสัมพันธ์ให้มีความสุขดีกว่า :
โดย น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

 
Back to Top
Lotte View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ต.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 6882
Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 10:47 Share

คงไม่ติดเรทไปเนอะ ถือว่าเป็นเรื่องวิชาการละกัน :)

อันนี้เอามาจากรักลูกคะ

สูตรลูกชาย

 

 โดย กองบรรณาธิการนิตยสารรักลูก

 

 

ไอ้เจ้า "สูตรลูกชาย" ที่ว่ามานี้ นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วยแล้ว ผมเองก็ไม่เห็นจะเคยได้ยิน หรือถูกสอนเกี่ยวกับสูตรลับดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นจากในชั้นเรียน หรือจากตำราแพทย์ไหนๆ ก็ไม่มีเขียนไว้ให้อ่าน แต่เชื่อไหมครับ หลายวิธีที่ผมเคยเห็นมีคนปฏิบัติตามด้วยความตั้งใจนั้น ล้วนแล้วแต่ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ ลองคิดตามเขาไปก็ไม่เห็นเหตุผลสนับสนุนใดๆ ที่น่าเชื่อถือ อีกทั้งบางวิธียังปฏิบัติได้ยาก และบางครั้งดูแล้วตลกด้วยซ้ำไป

ดังนั้นผมว่าวันนี้ เรามาเสวนาในหัวข้อนี้กันดีกว่าครับ จะได้ช่วยปรับความเข้าใจของเราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย ไม่ให้เข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้

ความเชื่อเรื่องการเลือกเพศบุตร

ที่ตั้งชื่อหัวข้อไว้ว่า "สูตรลูกชาย" นั้น ไม่ได้มีเจตนาจะกีดกันเพศหญิงหรอกนะครับ อันที่จริงแล้วผมขอรวบรัดอธิบายถึง "สูตรลูกสาว" ไปพร้อมๆ กันด้วยเลย

ในเรื่องของความเชื่อในสังคมไทยโดยส่วนใหญ่นั้น (ผมขอเน้นว่าโดยส่วนใหญ่เท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ทุกคน) หากครอบครัวไหนตั้งใจจะมีบุตรเพียง 2 คน ก็มักอยากให้เป็นเพศชาย 1 หญิง 1 และก็ชอบที่จะให้คนโตเป็นผู้ชายเสียด้วยสิ นัยว่าจะได้สืบสกุลและดูแลน้องๆ ต่อไปได้ยังไงล่ะครับ เหตุนี้เองทำให้หลายครอบครัวพยายามดิ้นรน แสวงหาวิธีการตามแต่ที่ได้ยิน "เขาเล่ามา" และท้ายที่สุดเลยมีบุตรจำนวนมากกว่าที่ตั้งใจไว้แต่แรก ทั้งนี้เพราะมัวแต่รอลูกสาว หรือรอลูกชายจะมาเกิดให้ครบทั้ง 2 เพศก่อนนั่นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยกรีกโบราณ มีความเชื่อแปลกๆ หลายประการที่ผมอยากเล่าให้ฟังครับ คือคนในสมัยนั้นเชื่อว่า บุตรชายจะถือกำเนิดจากรังไข่ข้างขวา แล้วมาฝังตัวในมดลูกซีกขวา ส่วนบุตรสาวก็เป็นรังไข่และมดลูกข้างซ้ายแทน ดังนั้นเวลาจะเมคเลิฟกัน ฝ่ายภรรยาจะต้องนอนตะแคงเอาข้างขวาลงตลอดเวลา จนกว่าจะสำเร็จเสร็จกิจ จึงจะได้ลูกเป็นผู้ชาย แค่ลองนึกภาพดูก็คงจะไม่ถนัด และน่าจะปวดเมื่อยทรมานกันทั้งคู่

ในเรื่องของทิศทางขณะทำกิจกรรมนั้นก็เชื่อกันว่า ถ้าได้ลองหันศีรษะไปทางทิศเหนือด้วยแล้ว จะทำให้ได้บุตรชาย ส่วนถ้าหันทิศใต้จะได้บุตรสาว ซึ่งคงทุลักทุเลและตัวเกร็งกันน่าดูเลยนะครับ ยิ่งถ้าหัวเตียงดันตั้งหันไปทางทิศตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่รู้คราวนี้จะได้ลูกเป็นตุ๊ดหรือเปล่า โบราณก็ไม่ได้บอกไว้อีก

นี่ยังไม่หมดนะครับ ยังเชื่อกันอีกว่า ถ้าในขณะที่กุ๊กกิ๊กกันอยู่นั้น สามีเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและกุมบังเหียนม้าของภรรยาเป็นส่วนใหญ่ก็จะพาให้ได้บุตรชาย แต่ถ้ากลับกันภรรยาเป็นฝ่ายมีบทบาทมากกว่าก็จะกลายเป็นบุตรสาว และที่โหดยิ่งกว่านั้นก็มีครับ บางพวกเชื่อกันว่า อัณฑะข้างขวาเป็นตัวผลิตอสุจิเพศชาย ส่วนอัณฑะข้างซ้ายผลิตเพศหญิง ดังนั้นถ้าอยากได้ลูกชายต้องผูกหรือตัดอัณฑะข้างซ้ายทิ้งเสียเลย อันนี้ผมขอประนามและคัดค้านอย่างสุดฤทธิ์ เพราะมันช่างโหดร้าย ป่าเถื่อนเหลือเกิน (พูดแล้วหวาดเสียว !?!) ใครจะลองทำตามดูก็เชิญนะครับ ตอนจะเลือกตัดข้างซ้ายหรือขวาน่ะกรุณาเล็งให้แม่นเข้าไว้ ระวังอย่าพลาดไปตัดตรงกางเข้าล่ะ แล้วได้ผลเป็นยังไงไม่ต้องแจ้งมานะครับ...สยอง !...

ทฤษฎีเกี่ยวกับการเลือกเพศบุตร

แบ่งได้กว้างๆ เป็น 2 แบบคือ

1. การเลือกเพศบุตรก่อนจะเกิดการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ (Preconception)

มีทฤษฎีซึ่งพูดถึงการรับประทานอาหารที่มีโปตัสเซียม และโซเดียมสูง เช่น ไส้กรอก เนื้อสัตว์ ถั่ว มะเขือเทศ ว่าจะช่วยให้ได้บุตรเป็นผู้ชาย ส่วนใครที่ต้องการบุตรสาวก็ให้เลือกรับประทาน นม ไข่ และผักใบเขียว ซึ่งมีแคลเซียมและวิตามินดีมากๆ ทั้งนี้ไม่มีข้อยืนยันถึงผลที่ได้นะครับ

ส่วนทฤษฎีที่น่าจะมีความเป็นไปได้คือ การศึกษาที่พบว่าอสุจิ Y (เพศชาย) ทนต่อสภาวะความเป็นด่างได้ดีและมีขนาดเล็ก จึงน่าจะวิ่งได้เร็วกว่าอสุจิ X (เพศหญิง) ซึ่งมีขนาดใหญ่ (น่าจะอุ้ยอ้ายกว่า) และชอบภาวะที่เป็นกรด จึงมีการนำเอาคุณสมบัติที่แตกต่างกันนี้มาใช้เป็นวิธีคัดเลือกกลุ่มอสุจิ เพื่อเพิ่มโอกาสที่อสุจิเพศใดเพศหนึ่งจะได้ชิงตัดหน้าเข้าไปผสมกับไข่ได้ก่อน และมากกว่าอีกเพศหนึ่งได้

กล่าวคือ ถ้าต้องการบุตรชายให้ร่วมเพศและพยายามให้ภรรยาถึงจุดสุดยอดพร้อมกับสามี (เฮ้อ! ยากจัง) แต่ถ้าอยากได้บุตรสาวให้ร่วมเพศ 2-3 วันก่อนไข่ตก และก่อนเริ่มบรรเลงกิจกรรมกันนั้นให้ล้างช่องคลอดด้วยน้ำส้มสายชู่อ่อนๆ (กรด)

เกี่ยวกับเรื่องนี้หากพิจารณาในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว น่าจะเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ได้ครบตามข้อกำหนดดังกล่าวทั้งหมด ทฤษฎีเหล่านี้ในทางการแพทย์จึงไม่เป็นที่น่าเชื่อถือนัก แต่เหตุที่เรามักได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่าได้ผล ก็เพราะคนที่บังเอิญได้เพศตรงตามต้องการ มักจะเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วด้วยความดีใจและภาคภูมิใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วยังมีที่ผิดหวังอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงแต่คนเหล่านั้นมักจะเงียบเฉยเพราะอับอาย เขินจังเลยตัวเอง ฯลฯ จึงทำให้เรารู้สึกไปว่าทฤษฎีเหล่านี้ใช้แล้วได้ผลนั่นเอง

ฉะนั้นถ้าจะคัดแยกอสุจิ X หรือ Y ออกจากกันให้ได้ผล ที่น่าเชื่อถือจริงๆ ต้องใช้วิธีทางห้องทดลอง โดยใช้สารบางอย่าง เช่น อัลบูมิน ฯลฯ ซึ่งจะช่วยคัดแยกกลุ่มอสุจิได้ตามต้องการ จากนั้นจึงนำอสุจิที่คัดแล้วฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูก แทนการมีเพศสัมพันธ์ตามปกติ จึงจะทำให้โอกาสการมีบุตรตรงตามเพศที่ต้องการเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ต้องเข้าใจด้วยนะครับว่า การคัดอสุจิทิ้งบางส่วน ย่อมส่งผลให้โอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ลดลงกว่าการใช้อสุจิทั้งหมดที่เก็บได้

2. การเลือกเพศบุตรภายหลังการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ (Postconception)

หลังจากคัดแยกอสุจิ X หรือ Y ในห้องทดลองแล้ว จะนำอสุจิเพศที่ต้องการนั้นมาผสมกับไข่ภายนอกร่างกาย รอให้เกิดการปฏิสนธิแล้วจากนั้นจึงทำการเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตต่อในหลอดทดลอง (ที่เรียกว่าเด็กหลอดแก้ว) ซึ่งปัจจุบันเทคนิคที่ทันสมัยและให้ผลการตั้งครรภ์สูงที่สุดคือ การเลี้ยงไปจนถึงตัวอ่อนระยะสุดท้าย (วิธีบลาสโตซิสท์ คัลเจอร์)

จากนั้นนำตัวอ่อนที่ได้มาตรวจโครโมโซมเสียก่อน ให้รู้ว่าตัวไหนเป็นตัวอ่อนเพศชายหรือหญิง แล้วจึงเลือกแต่ตัวอ่อนซึ่งมีโครโมโซมปกติ และตรงตามเพศที่ต้องการ นำมาใส่กลับให้ฝังตัวเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป เรียกว่า การทำ PGD (คัดเลือกเพศของตัวอ่อน ก่อนที่ตัวอ่อนจะฝังเข้าสู่โพรงมดลูก) ซึ่งจะบอกเพศได้ตรงและแม่นยำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว

หลังจากที่ตัวอ่อนฝังตัวเรียบร้อยจนเกิดการพัฒนาเป็นทารกแล้ว ยังมีวิธีตรวจเพื่อยืนยันเพศของทารกได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยการเจาะตรวจจากเซลล์รก (CVS) เจาะน้ำคร่ำ เจาะตัวอย่างเลือดจากสายสะดือทารก หรือตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตร้าซาวนด์ 2D-3D-4D) แต่นั่นหมายถึงการตั้งครรภ์ได้เกิดตัวทารกที่สมบูรณ์ขึ้นแล้ว ถ้าได้เพศไม่ตรงกับที่ตั้งใจ คงทำอะไรไม่ได้ เพราะการจงใจทำแท้งอาจเกิดอันตราย และยังผิดกฎหมาย ศีลธรรม จริยธรรมอันดีงามอีกด้วย

ชอบวิธีไหนก็เลือกใช้ตามอัธยาศัยนะครับ

ข้อมูลจาก : นิตยสาร รักลูก ฉบับที่ 260 เดือนกันยายน พ.ศ. 2547

Back to Top
Lotte View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ต.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 6882
Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 11:13 Share

อันนี้เจอในห้องนานาสาระเตรียมตัวก่อนเป็นคุณแม่คะ 

ขอบคุณแอนนะคะที่ลงไว้ แอบ copy มาเลย เหมาะกับแม่ท้องสอง
 
 
หัวปีคลอด ท้ายปีท้อง


การตั้งท้องครั้งแรกถือเป็นเรื่องใหม่มหัศจรรย์น่าตื่นเต้นและท้าทายสำหรับคุณแม่มือใหม่ แต่สำหรับท้องสองความรู้สึกตื่นเต้นอาจจะน้อยลงเนื่องจากมีประสบการณ์จากการท้องแรก แต่ก็ไม่วายที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจนได้ถ้าท้องสองถี่เกินไป ยิ่งเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านและมีภาระหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งเจ้าคนโตของคุณที่ยังเล็กเหลือเกิน แบบนี้การท้องสองถือว่าเป็นงานหนักทำให้คุณแม่เกิดความเครียดได้มาก และยิ่งถ้าไม่มีเวลาพักผ่อนก็อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ระหว่างตั้งท้องสูงขึ้นได้


อย่างนี้ถือว่าท้องติดกัน
1. ตั้งท้องเร็วเกินไปยิ่งช่วงหลังคลอดคนแรกใหม่ๆ
2. ลูกคนแรกยังเล็ก ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้
จริงอยู่ว่าสองสาเหตุนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายคุณแม่ แต่การดูแลสุขภาพที่ดีขณะตั้งท้องก็ช่วยให้คุณแม่และคุณลูกปลอดภัยได้ อย่างไรก็ดีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นก็สามารถป้องกันได้จากการที่คุณแม่มีความรู้และพยายามดูแลตัวเองเป็นอย่างดี

ทางที่ดีคุณแม่ควรตั้งท้องห่างกันอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้ร่างกายคุณแม่ฟื้นตัวจากการท้องแรก รูปร่างและน้ำหนักตัวเริ่มเข้าที่ หรือลูกคนแรกก็อาจเริ่มเข้าโรงเรียนทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกว่าทรุดโทรมหรือเหนื่อยมากจนเกินไป เพราะลูกคนแรกช่วยเหลือตนเองได้แล้ว อีกทั้งเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ก็ใช้ต่อด้วยกันได้ ไม่ต้องซื้อหาใหม่ประหยัดเงินได้อีกด้วย ลูกไม่รู้สึกเหงาเพราะวัยไล่เลี่ยเป็นเพื่อนเล่นกันได้


คำแนะนำสำหรับแม่ท้องสอง
1. ฝากท้องเรื่องจำเป็น
คุณแม่ควรฝากท้องทันทีเมื่อรู้ว่าท้องโดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงต้องได้รับคำแนะนำในการตรวจพิเศษต่างๆ

2. กินเพื่อฟื้นฟู
ดูแลตัวเองในด้านโภชนาการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกคนแรกไม่กี่เดือนควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง ลดอาหารจำพวกแป้งและไขมัน กินยาบำรุงเลือดตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง บุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

3. น้ำหนักเรื่องต้องคุม
ท้องสองคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติโดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรคนแรกไม่กี่เดือน ทั้งนี้เป็นเพราะร่างกายยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะเดิมดังนั้นจึงควรควบคุมอาหารให้ดี อย่าให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินไป พยายามให้น้ำหนักตัวเพิ่มทีละน้อยตามเกณฑ์ บางครั้งคุณแม่อาจรู้สึกเหนื่อยมาจากการเลี้ยงลูกคนแรก ทำให้เบื่ออาหาร ทานไม่ลง ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้ คุณแม่ที่มีภาวะโภชนาการที่ดีจะมีน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ปกติ ถ้าน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามที่ควรจะเป็นก็ควรเพิ่มปริมาณสารอาหารตามความเหมาะสม

4. เตรียมใจให้พร้อม
เมื่อรู้ว่าท้องคุณแม่อาจจะเกิดความลังเล ความกังวลใจ ความไม่พร้อม ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเครียดขึ้นมาจนทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สดชื่นไม่สบายใจในการท้องครั้งใหม่ คุณแม่ต้องคอยพยายามปรับตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะต้องรับสมาชิกใหม่ มั่นใจต่อการท้องครั้งนี้ให้มากให้คิดว่าเป็นความโชคดีที่เคยมีประสบการณ์จากท้องแรกมาแล้ว และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะส่งผลเสียต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย

5. Balance Time
คุณแม่ควรมีเวลาพักผ่อนให้มากกว่าท้องแรก เพราะจะเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกควรแบ่งเวลาและจัดแบ่งงานที่ทำตามลำดับความสำคัญ งานบ้านที่ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ ก็ให้ลดความถี่ลงบ้าง คุณพ่อควรช่วยเลี้ยงลูกในเวลากลางคืนก็จะทำให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

6. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายช่วยให้คุณแม่คลายเครียด รู้สึกสดชื่น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น อาจจะเป็นการเล่นโยคะกายบริหารเล็กน้อย แต่ถ้าไม่มีเวลาออกกำลังกายก็สามารถเลือกใช้เวลาระหว่างการดูแลลูกคนแรกมาออกกำลังกายร่วมด้วย เช่น การพาลูกคนแรกนั่งรถเข็นเดินเล่น

สภาพจิตใจแม่ท้องสอง

นอกจากสภาพร่างกายที่คุณแม่จะต้องดูแลเป็นพิเศษแล้ว สภาพจิตใจก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะด้วยสภาพร่างกายของคุณแม่ท้องที่เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อยากพักผ่อน แต่ขณะเดียวกันหากลูกคนแรกยังเล็กก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากคุณแม่ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่ายซึ่งเป็นสาเหตุให้อารมณ์แปรปรวน ทั้งยังไม่มั่นใจกับสภาพร่างกายตัวเอง กังวลว่าสามีจะเบื่อหน่าย ซึ่งภาวะเช่นนี้อาจจะทำให้คุณแม่เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งไม่ดีแน่สำหรับคุณแม่ที่ท้องและต้องเลี้ยงลูกเล็กดังนั้นทางที่ดีคุณแม่ควร
1. ปรับตัวปรับใจ ปรับทัศนคติ มาเป็นการยินดีกับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในบ้าน

2. ดูแลตัวเองให้สดชื่นแจ่มใส แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สดใส หาเวลาไปเสริมสวยทั้งทำผม ทำเล็บ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ชวนสามีเที่ยวนอกบ้าน หมั่นพูดคุยกับปู่ ย่า ตา ยาย ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับตัวคุณแม่เอง

3. คุณพ่อต้องแบ่งเบาภาระการเลี้ยงลูกคนแรก ให้กำลังใจและพูดคุยแต่เรื่องที่ดีจะช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดในบ้านลงได้

    ข้อห้ามแม่ท้องสอง
    1. อย่าคิดว่าท้องสองแล้วไม่ฝากท้องเพราะมีประสบการณ์ก่อนเลยซื้อยามากินเองแบบนี้คุณแม่จะไม่รู้ถึงความผิดปกติและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้เลย

    2. ท้องแรกกับท้องสองไม่เหมือนกับการเปิดเทปเพลงซ้ำใหม่นะคะ เพราะบางครั้งท้องแรกคลอดง่ายแต่ท้องสองคลอดยาก อาจจะต้องผ่าตัดคลอดหรือท้องแรกปกติดีแต่ท้องสองอาจจะมีภาวะครรภ์เป็นพิษก็ได้

    3. ถ้าลูกคนแรกยังเล็กและยังกินนมแม่หรือติดการดูดนมอยู่ คุณแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้อย่านมทันที เพราะการให้ลูกดูดนมจะเพิ่มฮอร์โมนชื่อ Oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งมาจากต่อมใต้สมอง ทำให้เกิดการบีบรัดตัวของมดลูกจนมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือคลอดทารกก่อนกำหนดได้ควรให้นมผสมแทน แม้ว่านมแม่จะมีประโยชน์สูงสุด มีสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากมายก็ตาม


    ถ้าทำได้ตามที่แนะนำ คุณแม่ก็จะตั้งท้องคนที่ 2 ได้อย่างมีคุณภาพมีความมั่นใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่อาจจะพบมากกว่าการตั้งครรภ์แรกและขอให้คลอดลูกน้อยแข็งแรงเป็นปกติปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ


    (update 14 พฤศจิกายน 2006)
    [ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.130 August 2006]
    Back to Top
    nongau View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 06 ก.ค. 2007
    Location: Thailand
    Posts: 6532
    Post Options Post Options   Quote nongau Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 11:22 Share
    ขอบคุณมากมาย สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์คะ และเราก็มีประสบการณ์ท้องสอง แต่ให้ลูกคนแรกดูดนมอยู่ จึงทำให้ต้องเสียคนที่สองไป เราคิดว่า การที่ยังให้ลูกดูดนมอยู่ก็มีส่วนอย่างมากคะ
    Back to Top
    Lotte View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 05 ต.ค. 2007
    Location: Thailand
    Posts: 6882
    Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 13:22 Share

    คุณ nongau เข้ามาคุยกันบ่อยๆนะคะ แล้วโปรเจคสองสำเร็จรึยังคะ

    ล็อตก็เพิ่งไปตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูกประจำปีมาคะ ช่วงนี้เน้นกินวิตามินซีอยู่คะ ได้สูตรจากญาติที่เป็นหมอ เค้าบอกให้กินวิตามินซีล่วงหน้าสามเดือนถ้าอยากได้ลูกสาวคะ :)
    Back to Top
    krapook View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 07 ม.ค. 2008
    Posts: 2393
    Post Options Post Options   Quote krapook Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 13:55 Share

    ล๊อต   ช่วงก่อนท้องซีรีนเรากินเปลือกส้ม เปรี้ยวๆๆๆๆๆๆ เลยได้ลูกสาวสมใจ

    Back to Top
    soontaree View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 06 มิ.ย. 2007
    Location: Thailand
    Posts: 2440
    Post Options Post Options   Quote soontaree Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 14:43 Share

    ว้าว ล็อตปุ้มคงไม่ทันแล้วไม่ได้กินวิตตามินซีล่วงหน้าเลย จะได้ลูกสาวไหมนี่

    Back to Top
    tuckkatan View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 28 พ.ค. 2007
    Location: Thailand
    Posts: 7134
    Post Options Post Options   Quote tuckkatan Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 ต.ค. 2009 at 14:57 Share
    Originally posted by Lotte

    คุณ nongau เข้ามาคุยกันบ่อยๆนะคะ แล้วโปรเจคสองสำเร็จรึยังคะ

    ล็อตก็เพิ่งไปตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูกประจำปีมาคะ ช่วงนี้เน้นกินวิตามินซีอยู่คะ ได้สูตรจากญาติที่เป็นหมอ เค้าบอกให้กินวิตามินซีล่วงหน้าสามเดือนถ้าอยากได้ลูกสาวคะ :)

    แม่ล๊อต ได้ความรู้ใหม่นะเนี่ยต้องไปหากินบ้างแล้วขอบคุงนะก๊าบบบบ ว่าแต่เป็นวิตามินซีขนาดเท่าไหร่อะเค้าบอกด้วยป่าว
    Back to Top
    Lotte View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 05 ต.ค. 2007
    Location: Thailand
    Posts: 6882
    Post Options Post Options   Quote Lotte Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 ต.ค. 2009 at 12:02 Share
    Originally posted by tuckkatan

    Originally posted by Lotte

    คุณ nongau เข้ามาคุยกันบ่อยๆนะคะ แล้วโปรเจคสองสำเร็จรึยังคะ

    ล็อตก็เพิ่งไปตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูกประจำปีมาคะ ช่วงนี้เน้นกินวิตามินซีอยู่คะ ได้สูตรจากญาติที่เป็นหมอ เค้าบอกให้กินวิตามินซีล่วงหน้าสามเดือนถ้าอยากได้ลูกสาวคะ :)

    แม่ล๊อต ได้ความรู้ใหม่นะเนี่ยต้องไปหากินบ้างแล้วขอบคุงนะก๊าบบบบ ว่าแต่เป็นวิตามินซีขนาดเท่าไหร่อะเค้าบอกด้วยป่าว
     
    แตน....เค้าไม่ได้บอกอะคะว่าขนาดเท่าไหร่ ก็คงเป็นวิตามินซีที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปนะคะ กินตามขนาดปกติอะคะ  /แตนอยากได้ลูกสาวเหมือนกันใช่มั้ยคะ หาแนวร่วมได้แล้ว :)
    Back to Top
    master2007 View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 19 มี.ค. 2008
    Location: Thailand
    Posts: 3217
    Post Options Post Options   Quote master2007 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 พ.ย. 2009 at 17:33 Share
    ล๊อต  ถ้าเตรียมมีน้องแล้ว อย่าลืมหาโฟลิค มาทานด้วยน้า เรากินเป็นประจำเลยกินกันล่วงหน้าเลยอ่ะ ส่วนวิตามินซี ก็กินเหมือนกัน กินกันทั้งพ่อ ทั้งแม่เลย  / ส่วนสูตรลูกสาว นี่ไม่ได้ใส่สูตรเลย แต่โชคดีได้ลูกสาวสมใจจริง ๆ
    Back to Top
    krapook View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 07 ม.ค. 2008
    Posts: 2393
    Post Options Post Options   Quote krapook Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 พ.ย. 2009 at 16:19 Share

    ยินดีกับพี่โอ๋ด้วยนะคะ ได้น้องวีซายมใจ รูป ซาวน์ น้องจมูกโด่งมากเลย

    Back to Top
    syneelady View Drop Down
    Special Member
    Special Member
    Avatar

    Joined: 18 ก.ค. 2006
    Location: Thailand
    Posts: 557
    Post Options Post Options   Quote syneelady Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 ก.พ. 2010 at 01:38 Share
    ล็อต : ตามอ่านทุกกระทู้เลย ก้อว่าจะมีโปร2 กลางปี53 นี่แหละ ช่วงนี้ก้อกินวิตามินซีเหมือนกัน (เพื่อนให้มา) อยากได้ลูกสาว พอดีกับข้อมูลล็อตเลย ล็อตกะปล่อยเมื่อไรอ่ะ
    Back to Top
     Post Reply Post Reply




    This page was generated in 0.125 seconds.