Print Page | Close Window

เพื่อน ๆ ที่อยากแปะ fw mail เชิญห้องนี้

Printed From: Babyfancy
Category: Lady News
Forum Name: รวม Forward Mail + แปลกๆ + ขำๆ + น่ารักๆ
Forum Discription: รวม Forward Mail + แปลกๆ + ขำๆ + น่ารักๆ
URL: http://www.babyfancy.com/forum_posts.asp?TID=5242
Printed Date: 28 พ.ย. 2014 at 05:56


Topic: เพื่อน ๆ ที่อยากแปะ fw mail เชิญห้องนี้
Posted By: groof
Subject: เพื่อน ๆ ที่อยากแปะ fw mail เชิญห้องนี้
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:27

ช่วงนี้ เวปเหงา (หรือเราเหงาคนเดียวหนอ) แต่ไม่เงียบ

เด่วนี้ เราไม่ได้เข้าทั้งวันอ่ะ ตามทู้ไม่ค่อยทัน ทู้ตกหน้าเร็วมาก

สังเกตว่ามี ทู้ fw mail ค่อนข้างเยอะ

เลยขอตั้งทู้นี้ ไว้ให้เพื่อน ๆ แปะแล้วกันจ้า

ไม่งั้น บางที มีเวลารีบ ๆ ในการเข้าเวป เห็นหัวข้อ เด่วเหมาเอาว่าเป็น fw mail จะไม่ได้ตอบคำถามที่ถามกันซะอีก

ปล.ทู้ไปไวมาก จนบางที คนแปะ fw mail ซ้ำกันก้อมี



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้




Replies:
Posted By: pleja
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:30

เป็นความคิดที่ดีจ้า

ทู้ตกหน้าเร็วมาก ตามอ่านไม่ค่อยทันเหมือนกัน



-------------
http://pleja.diarylove.com - + + Welcome to my world + +

http://tickers.families.com"> ">


Posted By: theewara
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:32

เชๆๆๆ

เรามีฟอร์เวิร์ดเมลล์ดีๆๆๆ   จะมาโพสไว้ในนี้   จ้า 

 



-------------
http://lilypie.com"> http://www.diarylove.com/knaw/ -
ไดอารี่ของน้องข้าว


Posted By: Janko
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:33

เห็นด้วยจ้า

เผลอไม่ได้เข้าแป๊บเดียว

ตามทู้ไม่ทันเลย

ตกหน้าหมด

fw : mail มาโพสในหน้านี้ก็ได้จ้า



-------------
^o^


Posted By: kadokkadak
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:33

รับทราบค่ะ



-------------
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kadokkadak - My Blog


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:34

รับทราบ และ เห็นด้วยจ๊ะ



-------------


Posted By: MooDang
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:35
ดี ดี เห็นด้วยจ้า


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:35

แต่พี่ว่าที่รู้สึกเหงา เพราะกรุ๊ฟไม่ค่อยได้เข้ามา โอ๊ตก็ถูกจำกัดเวลา  พี่รู้สึกอย่างนั้นนะคะ

 



-------------


Posted By: amm_es
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:36

ขอประเดิมแบบเบาๆๆ ก่อนนะจ้ะ

กฏทอง 10 ข้อของคนรักกัน

กฎทองข้อที่ 1  เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้า.... เขาร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)

We will not simultaneously get angry. Be cool as water whenever another one being fire.

กฎทองข้อที่ 2  เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน

We will not shout into each others faces beside our house is accidentally on fire.

กฎทองข้อที่ 3  จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวานๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ)

Nobody loves to be criticized. When talking of what you dislike or need his/ her improvement, use soft & sweet words.

กฎทองข้อที่ 4  เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า

We will not revive any bad old practices, but only our romances.

กฎทองข้อที่ 5  ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ

Make him/ her know how much s/he means to you.

กฎทองข้อที่ 6  สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน

Promise me that we will not peevish over-night. Talk face to face not back-chat.

กฎทองข้อที่ 7  คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม

Tell him or her more about anything in your life to tie you up together.

กฎทองข้อที่ 8  ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก

Don't be shy to show him/her your apology. When you have something mistaken

กฎทองข้อที่ 9  อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย

Don't misunderstand that being together always is to show your heedfulness.

กฎทองข้อที่ 10  อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …

Lastly, realize him/ her that your love still exists and will be eternally last.

emo

 

 

กฎข้อพิเศษสำหรับใครบางคน การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องที่วิเศษ อย่าให้เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยemo ชั่วไม่กี่นาที ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมา... มันคุ้มกันแล้วเหรอ!!  emo
 
 
เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดีๆ อาจมีขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไม ปัญหาเกิดเพราะนึกถึงแต่ตัวเองคิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด ...แล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณหรือเปล่า สุดท้ายก็มีแต่ความเสียใจ....
คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดีๆ ต่อไป หรือเลือกที่จะทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่ง
emo    สิ่งที่คุณต้องการ!!    emo

 

 

 

 



-------------
http://lilypie.com"> http://lilypie.com">


Posted By: suky
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:36

เห็นด้วยๆๆเห็นด้วย...



Posted By: kratare
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:36
ลงได้ทุกเรทหรือเปล่าอะ ไอ้ FW. mail เนี้ย

-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: jackjung
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:37

ดีๆๆ เห็นด้วยค่ะ

ตามอ่านทู้ไม่ค่อยทันอ่ะ



-------------
http://jackjung.multiply.com">^_^รูปสวยๆของน้องอิงค่ะ
http://tickers.cafemom.com">


Posted By: Lyncy
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:39

เห็นด้วย ที่ซูดดดด



Posted By: groof
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:42

พี่แจ๋ว.. ช่วงนี้ ชีวิตส่วนตัวสับสนนิดนุง แต่ไม่สับสนทางเพศจ้า เลยยังไม่ค่อยร่าเริง แต่นี้ดีขึ้นหลาย ๆ อย่าง สุขภาพก้อดีขึ้น ผอมลงดี ชอบ เด่วทุกอย่างก้อกลับมาสู่ภาวะปรกติ

กระแต..ได้ทุกเรท ถ้าไม่กลัว โดนพี่เวปเคาะเอา คิกๆ เรทไหน ไม่มั่นใจ ส่งมาให้เราทางเมล์ตรวจสอบก่อนได้ 555 เรารับได้ทุกเรท ยิ่งเรทยิ่งชอบ

แอ๋ม..เอาอีกๆๆ เราไม่ค่อยมี fw mail ทำมะแบบนี้ มีแต่ทำโมะ 555



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: kratare
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:45

อยากผองลงแบบกรุ๊ฟอ่ะ



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: zoey
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:46
เห็นด้วย ค่ะ

-------------


Posted By: groof
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:48

อยากผองลม แบบเราเหรอ กระแต

เป็นลำไส้อักเสบดิ

กินได้แต่ โจ๊ก กะข้าวต้น

วันนึงซื้อ โจ๊ก 1 ถุง แบ่งกินตอนเช้ากะตอนกลางวัน (กลางวันแอบจกกับข้าวเพื่อนบ้าง แต่หลีกเลี่ยงหมู หรือเนื้อที่ย่อยยาก ๆ)

เย็น อยากกินไรก้อกิน เด่วมันก้อ อาเจียน ออกมาเอง เหอ ทรมานชะมัด



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: tassajan
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:55

ดีๆ เห็นด้วยๆ



-------------


Posted By: amm_es
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:55
อ้าว กรุ๊ฟ กระเพาะอักเสบเลยเหรอ ...อืมๆๆ ขอให้หายไวไวนะจ้ะ

-------------
http://lilypie.com"> http://lilypie.com">


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 13:56
Originally posted by groof

เป็นลำไส้อักเสบดิ  กินได้แต่ โจ๊ก กะข้าวต้น

วันนึงซื้อ โจ๊ก 1 ถุง แบ่งกินตอนเช้ากะตอนกลางวัน (กลางวันแอบจกกับข้าวเพื่อนบ้าง แต่หลีกเลี่ยงหมู หรือเนื้อที่ย่อยยาก ๆ)

เย็น อยากกินไรก้อกิน เด่วมันก้อ อาเจียน ออกมาเอง เหอ ทรมานชะมัด

กรุ๊ฟ  เพื่อนพี่เคยเป็นลำไส้อักเสบ อาการเหมือนกรุ๊ฟเลย อยากกินแต่กินไม่ได้  หลังจากเขารักษาหายน้ำหนักขึ้นมา 10 โล  เพราะกินอาหารได้

ส่วนพี่แจ๋ว เป็นลำไส้แปรปรวน ไม่ท้องเสีย ก็ท้องอืด ที่สำคัญโรคนี้กลายเป็นโรคประจำตัวไปแล้ว 

 เพราะมันจะไม่หายขาด  และไม่ผอม  แต่จะรำคาญต้องหาห้องน้ำตลอดเวลา

 



-------------


Posted By: groof
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:00

โห พี่ กัวนะเนี่ย จะขึ้นมา 10 โลเลยเหรอ

งั้นเอาลงแค่ 3 โลพอ แล้วไม่ต้องเอาขึ้นมานะ

ตอนนี้ก้อดีนะ ผอมลง แต่ทรมาน

ปล. ทู้เยี่ยมไข้ป่าวเนี่ย ยังคงรอ fw mail อยู่เน้อเพื่อน ๆ



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: kratare
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:06

อ้าว ไม่สบายหรอ กรุ๊ฟ

เห็นหลานก็เป็นลำไส้อักเสบ  กินอะไรอ๊วกหมด

รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ  กินอาหารสะอาดๆๆ ก็น่าจะช่วยได้



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: amm_es
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:15

ต่อๆๆ จ้ะ

สำคัญมาก สำหรับสาวกบะหมี่สำเร็จรูป            
 
วิธีต้มบะหมี่อย่างปลอดภัย ไม่ทำลายสุขภาพ 
  
ปกติเราจะใส่บะหมี่ในน้ำพร้อมเครื่องปรุงและต้มประมาณ 3 นาทีจนเดือด 
  
ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด 
  
การใส่เครื่องปรุงในน้ำและต้มจนเดือด จะทำให้ผงชูรสเปลี่ยนเป็นสารพิษ 
  
ดังนั้นเส้นบะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย wax ผสมผงชูรส ก็จะกลายสภาาพเป็นสารพิษเมื่อต้มในน้ำเดือด 
 
ซึ่งร่ายกายต้องใช้เวลา 4 - 5 วันในการขับ wax ผสมผงชูรสซึ่งกลายสภาพเป็นสารพิษนี้ออกจากร่างกาย 
  
 
นี่คือวิธีต้มบะหมี่ที่ถูกต้อง 
 
เทบะหมี่สำเร็จรูปในน้ำและต้มจนเดือด

เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มบะหมี่ทิ้ง (เป็นการเท wax ผสมผงชูรสซึ่งเป็นสารพิษทิ้งไป) 
 
ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้ง และใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มไว้แล้วตามข้อ 2 และปิดไฟ (ปิดเตาแก๊ส หรือเชื้อเพลิงอะไรก็แล้วแต่ที่ใช้ต้มน่ะ) 
 
** เมื่อปิดไฟ (เชื้อเพลิง ฯลฯ) เรียบร้อยแล้ว จึงใส่เครื่องปรุงขณะน้ำยังร้อน** (ผงชูรสในเครื่องปรุงจะได้ไม่กลายเป็นสารพิษอีก) 
 
ถ้าเป็นบะหมี่ชนิดแห้ง เมื่อเทน้ำตามข้อ 2 ทิ้งแล้ว 
 
จึงใส่เครื่องปรุงผสมให้เข้ากัน ก่อนรับประทาน 
 
โปรดเปลี่ยนวิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปแบบเดิมๆ ของคุณโดยด่วน และใช้วิธีที่ถูกต้องนี้โดยเร็วที่สุด 
 
เพื่อสุขภาพของคุณเอง



-------------
http://lilypie.com"> http://lilypie.com">


Posted By: Janko
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:18

โพสมั่ง

Date: 04/24/07 08:57:31
Subject: Fw: ข่าวสาร มีประโยชน์ Counter Service
 
 
>
>> > >>>เวลาจ่ายค่าบริการต่าง ๆ ผ่าน 7-11> >
>> >>>อย่าลืมตรวจสอบใบเสร็จด้วยทุกครั้งนะ....> > >>>> > >>>
>> >>>>>ไปเจอในเว็ปบอร์ดเกี่ยวกับรถยนต์ เลยเอามาให้อ่านกัน> > >>> >>>>>> >
>> >>> >>>>>> > >>> >>>>>ไม่รู้ว่าใครเคยเจอกันบ้างรึเปล่า> > >>>
>> >>>>>มันเป็นความสะเพร่าของน้องสาวผมด้วยแหละ&g t; > >>>
>> >>>>>คือน้องสาวผมได้ไปจ่ายค่างวดรถในเซเว่นเป็ นจำนวนเงิน10007บาท> > >>>
>> >>>>>ค่าบริการอีก15บาท ก้อจ่ายไป10025บาท รับเงินทอนมา3บาท> > >>>
>> >>>>>ก้อรีบกลับออกมาขึ้นรถเพราะจอดขวางอยู่หน้ าเซเว่น> > >>> >>>>>
>>ไม่ได้คิดอะไรแล้วก้อลืมตรวจดูบิลด้วย> > >>> >>>>>จ่ายตั้งแต่วันที่ 2> >> >
>> >>>และแล้วเมื่อวานทางจีอีก้อโทรมาบอกว่าคุณจ่ายค่างว ดไม่> > >>>
>> >>>>>ครบจ่ายไปได้ยังไงคะแค่1007บาท> > >>>
>> >>>>>น้องผมก้อไปดูใบเสร็จปรากฎว่า1007บาทจริงๆ ด้วย> > >>>
>> >>>>>เศร้าเลยเงินหายไปตั้ง 9000 บาท> > >>> >>>>>ทีนี้ทำไงล่ะ
>>รีบบึ่งไปเซเว่น สาขาที่จ่ายเงินคุยกับทางร้าน> > >>> > >
>> >>>>>บอกหน้าค่าตาเจ้าคนที่รับเงินพร้อมชื่อเพร าะจะมีชื่อคนรับเงินในใบเสร็จ>
>> > >>> >>>>>พนักงานบอกว่า คนนั้นออกไปแล้วค่ะ น้องผมน้ำตาแทบไหล> >
>> >>>ทำไงต่อล่ะทีนี้> > >>>
>> >>>>>เค้าโทรหาผมก้อเลยบอกไปว่าลองคุยกับผู้จัด การร้านดูสิ> > >>>
>> >>>>>เค้าจะช่วยอะไรเราได้บ้าง> > >>>
>> >>>>>ผู้จัดการก้อไม่อยู่อีกเลยขอเบอร์โทรเค้าม า ก้อโทรคุย> > >>>> >
>> >>>>>ผู้จัดการร้านบอกว่าเดี๋ยวจะตรวจสอบให้> ; > >>>
>> >>>>>รออยู่หลายชม.ลองโทรกลับไปปรากฎว่าติดต่อไ ม่ได้> > >>>
>> >>>>>5ทุ่มแล้วน้องผมนอนไม่หลับ ข้าวก้อกินไม่ลง> > >>>
>> >>>>>มันดูอาจจะไม่เยอะแต่สำหรับคนที่หาเงินได้ แบบพอดี> > >>>
>> >>>>>และเซฟเงินเดือนสำหรับอย่างอื่นไว้แล้ว มันไม่น้อยเลย> > >>>
>> >>>>>ผมก้อคิดดูจะช่วยยังไงดีหว่า> > >>>เลยต้องเดือดร้อนเอาเงินผมไปก่อน> >
>> >>> >>>>>กะว่าจะไปจ่ายในวันรุ่งขึ้น พอดีนึกขึ้นได้ว่าพี่สาว> > >>>
>> >>>>>ซึ่งเป็นญาติกันเค้าเป้นผู้จัดการเขตอยู่ เลยโทรไปคุยกับเค้า> > >>>
>> >>>>>เค้าบอกว่าขอเวลา15นาที ซักพักเค้าโทรกลับมาบอกว่า> > >>> ไม่ต้องตกใจ
>> >>>>>มันเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ของเซเว่น> ; > >>> เค้าจะรับผิดชอบให้>
>> >>>>> >ผมก้อโทรไปบอกน้องสาว เท่านั้นแหละ> > >>>
>> >>>>>เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยคับ พี่คนที่เป็นญาติผมบอกว่า> > >>>
>> >>>>>เจ้าคนนี้มันเอาเงินไปได้ประมาณ3หมื่นกว่า บาท> > >>>
>> >>>>>เพราะในวันเดียวกันก้อมีคนมาจ่ายค่างวดรถเ หมือนกัน> > >>>
>> >>>>>คือมันใช้วิธีเอารหัสของผู้จัดการร้านป้อน เข้าระบบ> > >>>ระบบมันก้อจะ>
>> > >>> >>>>>บอกว่าวันนี้เงินเกินหรือเงินขาด> > >>>
>> >>>>>ซึ่งผู้จัดการร้านจะเช็คในวันรุ่งขึ้นของท ุกวัน> > >>>
>> >>>>>พอดีว่าวันนั้นเงินมันเกินไป 3 หมื่นกว่าบาท> > >>>
>> >>>>>เจ้าพนักงานคนนั้นก้อเลยเอาเงินที่เกินไป แล้วก้อหายหัวไปเลย> > >>>
>> >>>>>ผมถามต่อว่าแล้วทางเซเว่นจะทำยังไง เค้าบอกว่าก้อ> > >>>
>> >>>>>ต้องตามคนที่ค้ำประกันเอา> >ซวยไปสำหรับคนค้ำ> > >>>
>> >>>>>มันเกิดขึ้นบ่อยด้วย เหตการณ์แบบนี้> > >>>จึงมาบอกว่าให้เช็คใบเสร็จ>
>> >>>>> >
>> >>> >>>>>ให้ดีก่อนออกจากเคาน์เตอร์> > >>>
>> >>>>>และก้อฝากบอกด้วยว่าถ้าเกิดเหตการณ์แบบนี้ ทางเซเว่นเค้าจะรับผิดชอบ> >
>> >>> >>>>>เพราะไม่ใช่ความผิดลูกค้าแต่เป็นความผิดขอ งพนักงานเค้าเอง> > >>>
>> >>>>>แต่ต้องตามเรื่องหน่อยนะคับ อย่าปล่อยผ่าน เพราะไม่> > >>>
>> >>>>>เช่นนั้นเค้าก้อจะไม่ติดต่อหรือแจ้งกลับ&g t; >
>> >>>กับผู้เสียหายลูกค้าก้อซวยไป> > >>>
>> >>>>>มาเล่าให้ฟังอาจจะมีประโยชน์สำหรับพี่น้อง ในนี้> > >>> >>>>>> > >>>
>> >>>>>ปล.ไม่ใช่แค่เฉพาะรถ ค่างวดทุกอย่าง บ้าน ค่าไฟ และอื่นๆ> > >>>> >
>> >>>>>หากเกิดเหตการณ์เช่นนี้ก้อไปแจ้งกับทางเซเ ว่นได้เลย> > >>> >>>>>> >
>> >>>>> >>> ล่าสุด ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส> > >>>
>> >>>>>ได้จ่ายให้เรียบร้อยอพร้อมทั้งค่าปรับว่าส ่งค่างวดช้าอีก 50> >
>> >>>บาทด้วย> > >>> >>>>>เป็นเงินทั้งหมด 9050บาท เค้ารับผิดชอบดี> > >>>
>> >>>>>ก้อต้องขอบอกต่อด้วย> > >>>
>> >>>>>ไม่ใช่เอาข้อเสียเค้ามาว่าอย่างเดียวขอบคุ ณที่อ่านคับ> >  > > Need a
>>break? Find your escape route with Live Search Maps.> >> >


-------------
^o^


Posted By: Janko
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:22
----- Original Message -----
Subject: FW: FW: เงินออมในประกันสังคม ถ้าใครยังไม่ได้ลงทะเบียนให้ลงทะเบียนก่อน

เรียน ทุกท่านที่ทำประกันสังคม
ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่
http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp <
http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp%20>
ต้องเข้าไปลงทะเบียนก่อนถึงจะเช็คได้
วิธีการ
เพียงใส่เลขที่บัตรประชาชน วัน( วรรค)เดือนภาษาไทย(วรรค)พศ.เกิด
ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว
ผลประโยชน์ของเราอย่ามองข้าม เงินออมเล็ก ๆ น้อย ๆจากประกันสังคมที่ท่านไม่ควร
ลืม
เช่น ทุกเดือนบริษัทจะหักเงิน 5% ของ 15,000.-
(เงินเดือนขั้นสูงสุด)= 750บาท
จากเงินเดือนของท่าน
1.5% = 225 บาทจะประกันเจ็บป่วย ตาย
0.5% = 75บาท จะประกันการว่างงาน
3% = 450 บาท จะประกันชราภาพ
สรุปว่าท่านจะถูกหักเป็นเงินออมชราภาพทุกเดือน @ละ<mailto:สรุปว่าท่านจะถูกหัก
เป็นเงินออมชรา
ภาพทุกเดือน@ละ> 450.- บาท =
ปีละ5,400.- บาท
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการออมเงิน 1 ปี 5,400 บาท
คือท่านจะได้เงินสบทบอีก100%
จากนายจ้างคือปีละ5,400.- + ดอกเบี้ยจากประกันสังคม ปี 45 = 4.2%, ปี 46=
6.5% ( สรุปท่านได้ผลประโยชน์106.5% เชียวละ คือฝาก 5,400
เงินของท่านจะได้รับประมาณ11,502 บาท เห็นมั๊ยละว่าสูงมากๆ
จึงอยากจะเตือนท่านว่าอย่าเห็นเป็นเงินเล็กน้อย
ท่านจะได้คืนเงินจำนวนนี้เมื่ออายุครบ55 ปี หรือถ้า 55 ปี
แล้วยังทำงานก็จนกว่าจะเลิกทำคือเลิกส่งเงินประกันสังคม
*** ที่สำคัญ*** คือ ต้องขอคืนภายใน 1 ปีหลั งจากเกษียณเท่านั้น
ห้ามเกินแม้แต่ 1 วันมิฉะนั้นจะถูกยกเข้าเงินกองกลางไปเลย ****
ไม่สามารถฟ้องอุทธรณ์ ได้เลย
การขอคืน
1. ถ้าท่านส่งเงินสมทบน้อยกว่า 15 ปีท่านจะได้เป็นเงินบำเหน็จคือได้ไปเป็นก้อน
ไปเลย เยอะอยู่นา
อย่าลืมละ
2. แต่ถ้าท่านส่งเงินมากกว่า15ปีท่านจะได้เป็นบำนาญ(ถามแล้วไม่สาม ารถเลือกเป็น
บำเหน็จได้) 15%
บวกอีกร้อยละหนึ่งต่อระยะเวลาจ่ายเพิ่ม 1 ปี เช่น ส่งเงินสมทบ
20 ปีได้ 20% ของ 15000.- บาท
เท่ากับ 3,000 บาท ต่อเดือน
ย้ำ
***ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่
http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp <
http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp>
http://www.bgh.co.th <http://www.bgh.co.th/>
สำหรับผู้ที่ไม่มี internet ให้ โทรสอบถามที่ 1506 แล้วกด


-------------
^o^


Posted By: kanomkai
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:24

รับทราบจ้า



-------------
http://www.diarylove.com/kanomkai/ - ขนมไข่ไดอารี่


Posted By: moo_wan
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:28

ขอแวะมาแปะหน่อย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้า เข้าบ่อยเด้วเจอซองขาว

 

9 โรคร้ายสำหรับพนักงานออฟฟิศทั้งหลาย pen1_12.gif

เริ่มกันตั้งแต่หัวดีกว่า


1. โรคผมร่วง
ใช่แล้วครับ มันเป็นโรคร้ายเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ 1 แต่มันร่วงถึง 30 เส้นต่อวัน
เหอะ ๆ อาการมันก็มีสาเหตุมาจากความเครียดของท่านพนักงานทั้งหลายนั่นแ หละ
ยิ่งเครียดยิ่งร่วง ยิ่งร่วง = = " โอยยิ่งเครียด
แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยคิด นั่นก็คือการขาดแสงอาทิตย์ ?
จริงหรือ ??
สังเกตหรือไม่ครับส่วนใหญ่แล้วพนักงานฯจะไม่ค่อยได้รับแสงแดดใน ยามเข้า
แดดในยามเช้าจะช่วยให้เราสังเคราะห์วิตามิน K ที่จำเป็นต่อร่างกาย
รวมถึงหนังศีรษะด้วย ( ดูเอกสารประกอบได้จาก สุขศึกษาม.ต้น หรือวิทยาศาสตร์ ม.ต้น)

2. อาการปวดหัว, ไมเกรน, อัลไซเมอร์, เบลอเป็นกิจวัตร
สาเหตุ ก็คงทราบโดยทั่วไปด้วยว่าเกิดจากความเครียด ( ตัวนี้จะเจอในอีกหลาย ๆ โรค - - " )
แต่สาเหตุอีกประการที่น่าสนใจคือ การรับประทาน
ท่านที่มีอาการดังกล่าวทานสิ่งเหล่านี้หรือไม่
แอลกอฮอล์ คาร์เฟอีน ( กาแฟ น้ำอัดลม ยาชูกำลัง ) อาหารไขมันสูง
อาหารประเภทเนื้อสัตว์ 90% ของอาหารหลัก
ถึงแม้ว่าอาการอัลไซเมอร์จะเป็นอาการสมองเสื่อมโดยไม่ทราบสาเหต ุ
แต่สาเหตุหลัก ๆ ของอาการสมองเสื่อมอื่น ๆ ก็คือ การรับประทานอาหารดังกล่าว
อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือการขาดการออกกำลังกาย
โดยปรกติเราต้องออกกำลังกายประมาณ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย
(ไม่นับการยกช้อน หรือเดินจากห้องนอนไปยังโต๊ะทานข้าว รวมทั้งการเคี้ยวอาหารและการหายใจ)
แต่พนักงานเงินเดือนเอาเวลาไหนไปออกกำลังกายล่ะ แค่ทำงานก็ฟุบแร้ว

3. อาการปวดตา น้ำตาแห้ง หน้าจอดับ เอ๊ย... เรตินาผิดปรกติ
นอกจากความเครียดแล้วก็เหตุใหญ่ ๆ ก็คือ การนั่งหน้าจอเกินวันละ 6 ชั่วโมง
และการเพ่งอยู่หน้าจอในที่มืด ( ดูเวปอะไรหนอต้องเพ่งในที่มืด )
รวมทั้งการขาดวิตามิน A และ B - complex
* มีบางคนบอกว่าในพริกมีวิตามิน A เลยซดเข้าไปเป็นถ้วย ๆ เออ สายตาดี
แต่กระเพาะพัง ( สม ) '-_-
หมายเหตุ : การอกหักบ่อย ๆ กระเทือนต่อสายตานะเอ้อ ร้องให้ตาบวมงี้
หรืออินเลิฟมากไปก็ระวังตาบอดนา

4. อาการไซนัส เป็นหวัด คัดจมูก ภูมิแพ้
ก็วัน ๆ จำศีลอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ ถ้าเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นประหยัด...
ประหยัดส่วนประกอบ ไม่มีตัวกรองอากาศที่มีประสิทธิ์ภาพ หรือมีแต่ในห้องเจ้านาย
อาการเหล่านี้จะถามหาแน่นอน ควรออกไปสูดอากาศข้างนอก...นอก กทม.บ้างอ่านะ
ปอดน้อย ๆ จะได้ไม่พังก่อนเวลาอันควร

5. ปาก...หมา ไม่ช่าย ๆ ปากเหม็นตะหาก
อันเนื่องมาจาก...เอ่อ...มันอีกแล้ว ... ความเครียด
แบคทีเรียจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาวะที่คุณเครียด
และมีอาหาร อาหารพวก กาแฟ แอลกอฮอล์
รวมทั้งการพูดจาที่น้อยกว่าปรกติ (สำหรับบางท่านที่มีปัญหากับการสื่อสารกับมนุษย์ )
ทำให้น้ำลาย...บูด... เอ้าจริงนะ ลองสังเกตุง่าย ๆ ว่าในยามเช้า
ท่านจะรู้สึกว่าอมชักโครกไว้ในปากก็ไม่ปาน เพราะในตอนกลางคืนคงไม่มีใครอุตริพูดหรอกนะ
น้ำลายจะไม่ถูกบีบออกมาในยามที่เราไม่ได้ขยับปาก ดังนั้นปากจึงแห้ง
และแบคทีเรียก็จะย่อยน้ำลาย และฟันฟางของท่าน ๆ แล้วปล่อยแก๊สออกมา
** อาการฟันผุก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ปากเหม็นได้ **

6. อาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดข้อ ปวดนิ้ว รูมาตอย รูมาติก 2 อย่างหลังไม่ใช่ฮับ
โดยมากเกิดจากอาการนั่งทำงานผิดท่าทาง
นั่งเก้าอี้โต๊ะที่ไม่รองรับต่อการทำงาน หรือถูกภรรยาที่บ้านซ้อม
แต่ท่านรู้หรือไม่ แม้ท่านนั่งถูกท่าแล้ว แต่หากนั่งเป็นเวลานาน ๆ ก็เมื่อยอ่าเด่ะ
หรือไม่จริง

7. อาการ....อ้วน...อ้วน...อ้วน ก็อ้วน อ้วน อ้วน
นึกถึงลูกโป่ง ถ้าเราใส่น้ำเข้าไปโดยเจาะรูให้มันออกน้อย ๆ มันก็บวมขึ้น ๆ ๆ ๆ
เช่นกัน ทุกวันเรากินอาหารอย่างน้อย 3 มื้อ มีพลังงานมากมายเข้า
แต่ออกน้อยนิดมานก็อ้วนเป็นธรรมดา โดยที่ยาลดความอ้วยยี่ห้อไหนก็ช่วยไม่ได้
ยกเว้นยานั้นจะทำให้ไขมันในตัวท่านเปลี่ยนเป็นพลังงานทั้งหมด ( ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน
9 กิโลแคลลอรี่ ในตัวท่านมีกี่กรัมล่ะ
แปลงเป็นพลังงานความร้อนแค่ครึ่งตัว ไฟก็ไหม้สำนักงานแล้ว )
อาหารประเภท ฟาดดูด ( พิมพ์ไม่ผิด ๆ )เช่น แฮมเบอร์เกอร์ น้ำอัดลม พิซซ่า
ก็เป็นส่วนสำคัญ งานด่วน แล้วกินด่วน ก็อ้วนด่วน
รวมทั้งการกินอาหารแบบกินไปทำงานไป จะทำให้อิ่มช้า
และกินได้มาก ( มันไม่รู้จะอิ่มตอนไหน เห็นยุ่ง ๆ อยู่ไม่อยากขัด)

8. อาการโรคกระเพาะ กระเพาะคราก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว
เคี้ยว.... ไม่ต้องโปรโมต ( แต่ไม่รวมท้องไม่มีพ่อนะ )
มันมาอีกแล้วครับ ...ความเครียด ตัวการหลัก ท่าน ๆ ก็ทราบดีอยู่แล้วไม่พูดดีกว่า
แต่การนอนไม่พอ ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
(ไม่แน่ใจสาเหตุนะ อ่าน ๆ มาแล้วลืมสนิทเลย)
การกินอาหารแบบเร่งรีบ ทำให้กระเพาะ และระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่มีประสิทธิ์ภาพ
และการกินไม่เป็นเวลา กินกาแฟ ....


9. ริดสีดวง
อ่านไม่ผิด ริด-สี-ดวง
เกิดจากการที่ท่านนั่งกันวันหนึ่ง ๆ กี่ชั่วโมงกัน ไหนจะ OT อีก
บั้นท้ายท่านก็รับการกดทับ เส้นเลือดดำบริเวณปลายลำไส้ก็เกิดอาการเลือดคั่ง
บวมเป่งสิทีนี้ ยิ่งน้ำหนักมาก อาการก็เป็นไว ควรลุกเดินบ้าง ลุกไปเชียงใหม่
ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา สุโขทัย ปัตตานี ยะลา สงขลา อุดรธานี ศรีษะเกษ
แล้วค่อยกลับมานั่งทำงานต่อ
หา... ไกลไปเหรอ ไม่นิก็ในประเทศไม่ต้องทำวีซ่า
หมายถึงให้ไปพักร้อนมั่งน่ะ ชีวิตเฉลี่ยตั้ง 60 ปีขอแค่ 7 วันต่อปีคงไม่มากเนอะ
อย่างไรพักผ่อนกันบ้าง เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป ไม่มีตังโว๊ย ม่ายช่าย
เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ( ททท. ขอตังค่าโฆษณาหน่อยจิ : oops) อิอิ


-------------

http://moowan-mooyong.bloggang.com - + + Organ Diary + +


Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:28

รับทราบจ้า



Posted By: catier
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:30
โอเชเลยกรุ๊ฟ

-------------



Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:31
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ
เด็กน้อย น่ารักสุด ๆ


Posted By: moo_wan
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:31
ทำอย่างไรจึงจะไม่แก่ และอายุยืน
           
 
         
คำตอบคือกินสายกลาง  กินสายกลางคือกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง  งดมื้อเย็น  เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์   ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน
หรือกินมื้อเช้า  รถจึงจะวิ่งได้   ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด   เติมอีกครั้ง    ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้   สมมุติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ
มีไข่แดงหนัก 50 กรัม    ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล

1 กรัม   ให้พลังงาน 9 แคลอรี่   ฉะนั้น 50 กรัม  ให้พลังงาน 450 แคลอรี่  
จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้   โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้  1.3  ก.ก.  ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน  60  รอบต่อนาที  ขี่อยู่นาน60 นาที
จะเหนื่อยหอบ   เหงื่อไหลท่วมตัว   แต่ใช้พลังงานไปเพียง  300
แคลอรี่   ไข่ใบเดียวใช้ไม่หมด  ฉะนั้นถ้ากินมื้อเช้า  มื้อเที่ยง  จนถึงเย็น
พลังงานยังเหลือแน่นอน   ไม่จำเป็นต้องไปเติมอีก   เพราะเวลานอนร่างกายจะนำพลังงานที่เหลือใช้ไปเก็บในที่ต่างๆ   โดยตับเป็นผู้ทำงานนี้
ถ้าพลังงานเหลือมาก   การเอาไปเก็บในที่ต่างๆก็มาก   ทำให้อ้วน
  และแน่นอนถ้าเก็บไม่หมดโดยเฉพาะพวกไขมันตัวโตๆ  จะต้องค้างอยู่ในหลอดเลือด ถ้าค้างสะสมมากเท่าใด   รูหลอดเลือดก็จะเล็กลงทุกวัน   เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง   อวัยวะทั้งหลายก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือแก่เร็วขึ้น
ถ้าวันไหนอุดตัน   เช่นถ้าตันที่สมอง  จะกลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งซีก   ถ้าอุดตันที่ไต  ต้องล้างไต  เปลี่ยนไต   ถ้าตันที่ขา อาจต้องตัดขาทิ้ง
ถ้าตันที่กล้ามเนื้อหัวใจ   ก็จะไม่มีโอกาสได้สั่งลาใคร    ฉะนั้น
การกินมื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่เร่งกระบวนการเสื่อมถึงเสียชีวิตใ ห้เร็วขึ้นไปอีก
มื้อเย็นจึงเป็นมื้ออันตราย  เป็นมื้อตายผ่อนส่ง   ยิ่งกินมื้อเย็นมาก  ยิ่งผ่อนส่งมาก  ตายเร็ว  ถ้าไม่กินมื้อเย็น  ก็จะแก่ช้า  เสื่อมช้า  อายุยืน

       

          การไม่กินอาหารมื้อเย็นเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมา ก  ถ้าใครทำได้จะตัดทั้งกิเลส  สุขภาพดี   อายุยืน   และมีสมาธิดี
ความมุ่งมั่นสูง  ได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ  แต่ท่าน
ต้องฝึกกระเพาะให้เกิดความเคยชิน    วิธีฝึกมี 4 วิธี

                 1.  
ค่อยๆลดปริมาณอาหารมื้อเย็น  ทีละน้อยๆเช่นลดกินข้าวจาก 2 จาน  เหลือ1 1/2 จาน สัก 3-4 เดือน  โดยมีข้อแม้ว่าหลังอาหาร
เย็นแล้วห้ามกินอาหารใดๆทั้งนั้นยกเว้นน้ำเปล่า
พอกระเพาะชินแล้วลดเหลือ  1 จาน  ต่อไปครึ่งจาน  ต่อไปไม่กินข้าวเลยกินแต่กับ  
ต่อไปกินผักผลไม้
สุดท้ายงดอาหารเย็น
                 2.  
ร่นเวลากินอาหารเย็น  เช่นจาก 2 ทุ่มมากิน 1 ทุ่ม  ต่อไปเลื่อนเป็น 6 โมงเย็น  5 โมงเย็น  4 โมงเย็น  3 โมงเย็น ฯ
                 3.  
กินเม็ดแมงลักแทนมื้อเย็น  ใช้เม็ดแมงลัก 2

ช้อนโต๊ะใส่ในถ้วยน้ำแกงหรือน้ำเปล่าคนแล้วดื่มทันที   ดื่มน้ำตามอีก 4-5 แก้ว
                  4.  
กินมังสะวิรัตมื้อเย็น  การกินผักผลไม้ถือว่าเป็นอาหารไม่มีพิษ  ร่างกายจะได้พักไม่ต้องทำลายพิษของอาหารเนื้อสัตว์
                     
พิษที่สะสมไว้ก่อนก็จะถูกตับ ไต กำจัดหมดไปเองได้  ร่างกายมีเวลาถึง 18 ช.ม.  กำจัดพิษที่ติดมากับมื้อเช้า  มื้อเที่ยงได้ทัน
               
 ฉะนั้นการไม่กินอาหารเย็น  จึงเป็นเวลาที่ตับ ไต  จะสามารถกำจัดสารพิษจากอาหารมื้อเช้าและเที่ยงได้หมด  ร่างกายจึงบริสุทธิ์ทุกวัน



-------------

http://moowan-mooyong.bloggang.com - + + Organ Diary + +


Posted By: aungkoe
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:35

มีทู้นี้เกิดขึ้นก้อดีนะ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ๆ 

กรุ๊ฟ หายเปื่อยเร็ว ๆ น้า

 



-------------
http://lilypie.com">


Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:37
จั๊กจี้ ..ไหมจ๊ะ..!
 
จั๊กจี้ ไหมจ๊ะ


ทำไมเวลาเราจั๊กจี้ตัวเอง กลับไม่รู้สึกจั๊กจี้ แต่น่าแปลกว่า พอโดนคนอื่นจั๊กจี้ เรามักอดรู้สึกจั๊กจี้ไม่ได้


นั่นเป็นเพราะ เซลล์ปลายประสาทที่ไวต่อความรู้สึก (ปลายประสาท) ที่อยู่ใต้หนังกำพร้าของผิวชั้นนอก โดยเฉพาะที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือรักแร้ ได้รับการกระตุ้นแล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง ซึ่งสมองจะสั่งการให้หัวเราะออกมา



แต่ถ้าเราเกาฝ่าเท้าหรือจั๊กจี้ตัวเอง เราจะไม่รู้สึกจั๊กจี้


นั่นเป็นเพราะ สมองของเราปฏิเสธการกระตุ้นจากตัวเราเอง แต่ตอบรับการกระตุ้นต่อคนอื่นอย่างมาก


ดังนั้น เมื่อผู้อื่นจั๊กจี้เรา สมองเราไม่ทันได้ระงับปฏิกิริยาตอบกลับ เราจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะด้วยความจั๊กจี้





Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 14:44
สุดยอด แห่งสายพันธุ์ "บูลด็อก"
Most "Beautiful Bulldog"
Most "Beautiful Bulldog"
Most "Beautiful Bulldog"
Most "Beautiful Bulldog"


Posted By: groof
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 15:05

โห หายไปแป๊ปเดียว

fw mail เพียบเลย คิกๆ



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: Janko
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 15:07

ดี ๆ อะไรมีสาระประโยชน์ เอามาแบ่งปันกัน



-------------
^o^


Posted By: kratare
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 15:17

ใครอยากได้คลิปสิงโตรุมกินคน เอาอีเมล์มาทิ้งไว้นะ  ดูแล้วเสียวคนเดียวว แบ่งกันเสียว



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: oaty
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 16:13

รอคอยทู้นี้มานานแสนนานแระ  สังเกตุสิเราจะไม่ค่อยเข้าทู้ fw mail เลยง่า แบบว่าในอีแมวเราก็มี

แบบว่า ใครอยากเอา fw mail มาแปะ มาโลด ทู้อื่น ๆ จะได้ไม่ตกหน้าเร็วเกินไปอ่ะเนอะ

 



-------------
http://tinyurl.com/42pryya - OATY


Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 16:37

ฝากเมล์ไว้ด้วยนะ  มีเมล์เด็ดๆๆ   ส่งให้ดูกันบ้างเด้อ

mailto:darunee_yui11@hotmail.com - darunee_yui11@hotmail.com



Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 16:42
หัวข้อ > ช่างคิดซะจริงๆ เลย
ช่างคิดซะจริงๆ เลย 5555.....
ช่างคิดซะจริงๆ เลย 5555.....
ช่างคิดซะจริงๆ เลย 5555.....


Posted By: @aom@
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 16:53

ดีหว่ะกรุ๊ฟ...น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว ทู้จะได้ไม่ตกหน้า

แถมเป็นที่รวบรวมFW mail ดีๆทั้งนั้นเลย เยี่ยมๆ



-------------
http://widget.sanook.com/view-widget/text/?widget=458231">      


Posted By: doublem
Date Posted: 25 เม.ย. 2007 at 17:48
แล้วเมล์ ทะลึ่งๆๆ จะเอาไปไว้ที่ไหนอ่ะคะ

-------------


Posted By: oaty
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 08:06
ดันขึ้นมา เอ้า เผื่อใครอยากแปะ เชิญมาแปะโลด

-------------
http://tinyurl.com/42pryya - OATY


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 08:37
มาช่วยโอ๊ต Up Up

-------------


Posted By: oum_ka
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 08:43

มาช่วยอัพค่ะ แต่เราไม่ค่อยจะอ่านฟอร์เวิร์ดเมล์พวกนี้เลยจ้า อิอิ

แต่มีทู้นี้ก็ดีค่ะ เผื่อว่างๆ จะเข้ามาอ่านทีเดียวเนอะ ได้หลายอันเลย



-------------
ไดอารี่ของเรา >> http://iamoummy.diaryclub.com - http://iamoummy.diaryclub.com
http://oummys.hi5.com - http://oummys.hi5.com


Posted By: wanakamol
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 10:49
ดีจริงๆ ตั้งกระทู้รวมมันซะเลย

งานนี้มีอะไรดีๆ มีอะไรมาเตือน จะได้แวะมาอ่านได้จากทู้นี้ทู้เดียว

เพราะบิ๋มเอง ก็ตามกระทู้ไม่ทันเหมือนกัน แหะ แหะ


-------------
   


Posted By: darunee_yui11
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 11:06
มาม่ามีฤทธิ์ถ่ายพยาธิได้
 
ผลการวิจัยพบว่า

เมื่อกินมาม่าเข้าไป พอมาม่าเดินทางไปถึงบริเวณที่มีพยาธิพยาธิจะมารุมกินมาม่า

แต่เนื่องจากลักษณะเส้นมาม่า

มีความคล้ายคลึงกับตัวพยาธิ ทำให้พยาธิสับสนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอาหารอันไหนเป็นพวกเดียวกัน จึงเกิดการกัดผิดตัว แทนที่จะไปกัดเส้นมาม่าดันไปกัดพวกเดียวกันเอง
พยาธิตัวที่ถูกกัดจึงเกิดความแค้น

เนื่องจากกำลังกินอยู่ดีๆ ดันโดนลอบกัดมันก็เลยกัดตอบ ทีนี้ก็เกิดเป็นโดมิโนเอฟเฟค พยาธิกัดกันเองเป็นพัลวันทำให้พยาธิล้มตายกันเกือบหมด

ไอ้ตัวที่เหลือก็ไม่กล้าออกมากินมาม่าอีก

เพราะกลัวว่าจะเข้าใจผิด เกิดบาดหมางกันระหว่างเพื่อนฝูงก็เลยผอมโซ อดตายกันหมด ดังนั้นจึงสรุปผลการทำวิจัยว่า มาม่ามีฤทธิ์ในการถ่ายพยาธิออกจากร่างกายได้



Posted By: narak_jung
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 11:28
Subject :  Fw: karaoke at Rayong
____________________________________________________________ _____      O5080729-10.jpg

    O5080729-0.jpg

    O5080729-1.jpg

    O5080729-2.jpg

    O5080729-3.jpg

    O5080729-4.jpg

    O5080729-6.jpg

    O5080729-7.jpg

    O5080729-8.jpg

    O5080729-9.jpg



Posted By: narak_jung
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 11:29
 ทำไมรูปไม่ขึ้นอ่ะ  สงสัยมันใหญ่เกินไปป่าว


Posted By: kratare
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 12:29
ข้อห้ามเมื่อเข้านอน

การนอนคือการพักผ่อน หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แล้วนอนอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ วันนี้เกร็ดความรู้มีข้อห้ามทำก่อนนอนมาบอกกัน เพื่อสุขภาพที่ดี...

- อย่าใส่นาฬิกาข้อมือนอน เพราะขณะที่นาฬิกาทำงานไปเรื่อย ๆ นั้น ล้วนปล่อยพลังงาน ถ้าใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาว

- ไม่ควรนอนหลับไปพร้อม ๆ กับโทรศัพท์ หรือวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ ๆ ใครที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือไว้ห่าง ๆ เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือ จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาท เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ควรปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า

- อย่าหลับไปพร้อมกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้ายังไง ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้ง ๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้า จะทำให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว

- (สำหรับสาว ๆ เท่านั้น) อย่าใส่ยกทรงนอน เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน พบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย

รู้ข้อห้ามแล้ว ก็ลองปฏิบัติกันดู เพื่อการนอนที่ดี.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 14:04
วิธีเก็บรักษากระเป๋า

กระเป๋าที่ใช้อยู่เป็นประจำ หรือใช้นาน ๆ นานวันเข้าก็เก่าเป็นธรรมดา วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีรักษากระเป๋าให้คงสภาพเดิมมาฝาก....

- ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้า สำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดี คือ ลมสามารถผ่านได้พอประมาณกันฝุ่นได้

- อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะอากาศร้อนจะทำให้กระเป๋าหนังกรอบ

- สิ่งที่ควรระวัง คือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน สามารถหลอมละลาย สีเคลือบตู้ให้มาติดบนหนังกระเป๋าได้ โดยเฉพาะหนังแก้ว โปรดเก็บใส่ถุงผ้าก่อน

- ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนบ้าง นำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้า ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก สิ่งสำคัญ คือ ให้วางในร่มไม่ต้องตากแดด

- ซื้อมาใหม่ ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนัง มีคุณภาพดีทนทานต่อริ้วรอยยิ่งขึ้น

- การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษ จะช่วยรักษารูปทรงได้ เพราะไม่ว่าเก็บไว้ในลักษณะนอนหรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรง

หันมาดูแลรักษากระเป๋าที่ใช้อยู่เป็นประจำกันดีกว่า.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: TaZZ
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 14:30
ดีจังทู้นี้


Posted By: mink
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 16:10
 
สำคัญมาก สำหรับสาวกบะหมี่สำเร็จรูป              

 

วิธีต้มบะหมี่อย่างปลอดภัย ไม่ทำลายสุขภาพ

Normally, how we cook  the instant noodles is to put the noodles into a pot with water, throw in the  powder and let it cook for 3 around  mins and then ready to  eat.

ปกติเราจะใส่บะหมี่ในน้ำพร้อมเครื่องปรุงและต้มประมาณ 3 นาทีจนเดือด

This is the WRONG  method of cooking the instant noodles.

ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด

By doing this, when we  actually boil the ingredients in the powder, normally with MSG, it will change  the molecular structures of the

การใส่เครื่องปรุงในน้ำและต้มจนเดือด จะทำให้ผงชูรสเปลี่ยนเป็นสารพิษ

MSG causing it to be  toxic. The other thing that you may or may not realized is that, the noodles are  coated with wax and it will take around 4

ดังนั้นเส้นบะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย wax ผสมผงชูรส ก็จะกลายสภาาพเป็นสารพิษเมื่อต้มในน้ำเดือด

to 5 days for the body  to excrete the wax after you have taken the noodles.

ซึ่งร่ายกายต้องใช้เวลา 4 - 5 วันในการขับ wax ผสมผงชูรสซึ่งกลายสภาพเป็นสารพิษนี้ออกจากร่างกาย

So the CORRECT method,  which you may or may not know, is to cook the noodles this way  ?

นี่คือวิธีต้มบะหมี่ที่ถูกต้อง

1. boil the noodles in  a pot with water.

เทบะหมี่สำเร็จรูปในน้ำและต้มจนเดือด

2. once the noodles is  cooked, take out the noodles, and throw away the water which contains  wax.

เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มบะหมี่ทิ้ง (เป็นการเท wax ผสมผงชูรสซึ่งเป็นสารพิษทิ้งไป)

3. boil another pot of  water till boiling and put the noodles into the hot boiling water and then shut  the fire.

ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้ง และใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มไว้แล้วตามข้อ 2 และปิดไฟ (ปิดเตาแก๊ส หรือเชื้อเพลิงอะไรก็แล้วแต่ที่ใช้ต้มน่ะ)

4. only at this stage  when the fire is off, and while the water is very hot, put the ingredient with  the powder into the water, to make noodle soup.

** เมื่อปิดไฟ (เชื้อเพลิง ฯลฯ) เรียบร้อยแล้ว จึงใส่เครื่องปรุงขณะน้ำยังร้อน** (ผงชูรสในเครื่องปรุงจะได้ไม่กลายเป็นสารพิษอีก)

5. however, if you need  dry noodles, take out the noodles n add

ถ้าเป็นบะหมี่ชนิดแห้ง เมื่อเทน้ำตามข้อ 2 ทิ้งแล้ว

The ingredient with the  powder and toss it to get dry noodles.

จึงใส่เครื่องปรุงผสมให้เข้ากัน ก่อนรับประทาน

Hope this piece of  information is of importance to your health in relation to eating instant  noodles and please apply this cooking method

โปรดเปลี่ยนวิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปแบบเดิมๆ ของคุณโดยด่วน และใช้วิธีที่ถูกต้องนี้โดยเร็วที่สุด

with immediate  effect.

เพื่อสุขภาพของคุณเอง



-------------


Posted By: mink
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 16:30
****** Love is to forgive, not to forget ******

นี่คือคำพูดที่พระเอก Woody Harrelson พูดกับนางเอก Demi Moore ในหนังเรื่อง
Indecent proposal ซึ่งเป็นคำพูดที่ประทับใจผมจนถึงทุกวันนี้
และผมจะนึกถึงทุกครั้งเวลาที่ผมมีปัญหาทะเลาะกับภรรยา
มันทำให้ผมยอมง้อเธอก่อนเสมอ ไม่ว่าเธอจะถูกหรือผิด
ผมคิดว่าในเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันแล้ว
ก็ควรจะยอมรับและยอมให้อภัยกันได้ในทุกๆเรื่อง (ย้ำ)......

".... ผมในฐานะผู้ชายเข้าใจเป็นอย่างดี
เรื่องการถูกทำร้าย ความไว้เนื้อเชื่อใจมันเจ็บปวดขนาดไหน
ผมเคยประสบมากับตัวเองกับภรรยาคนปัจจุบัน
ผมเคยถามเธอว่าเธอเคยผ่านผู้ชายมาหรือเปล่า
เป็นการถามเล่นๆไม่ได้ติดใจอะไรเพราะผมไม่ถือเรื่องนี้
ผมโตเมืองนอกครับเลยถือเป็นธรรมดา
ที่ถามก็เพราะอยากรู้ว่าหญิงไทยยังคงเป็นแบบสมัยก่อนหรือสมัยให ม่
เธอก็ตอบตามตรงว่าเคย และถามว่าผมจะยังรักเธอไหม
ผมก็หัวเราะและตอบว่ามันเกี่ยวกับรักด้วยหรือรักก็รักเหมือนเดิ มสิ
ไม่เห็นแปลกเลย ถามเล่นๆ อย่าไปซีเรียส แล้วเราก็แต่งงานกัน

2 ปีผ่านมาผมก็ได้พบความจริงบางอย่างที่ทำให้ผมถึงกับต้องลาออกจา กงานและไปบวชเลย
เธอเคยทำแท้งครับ ผมเพิ่งทราบจริงๆ เธอไม่เคยบอกเลย
ผมก็ไม่เคยติดใจสงสัยอะไร แม้เธอจะไม่ได้โกหกผมเหมือนอย่างที่แฟนคุณโกหก
และเธอปิดบังผม ที่ผมรู้เพราะมีครั้งหนึ่งที่ผมดีใจนึกว่าเธอท้องเลยพาไปตรวจคร รภ์
หมอก็คุยเรื่อยเปื่อยว่ายังไม่ท้องหรอก
และมีประโยคหนึ่งที่ผมสะดุดคือหมอพูดว่า
"ดีแล้วที่สงสัยว่าจะท้องแล้วรีบพามาตรวจ
เพราะมดลูกที่เคยผ่านการบำบัดพิเศษมาแล้ว หากท้องอีก
อาจเป็นอันตรายเพราะเสี่ยงกับทั้งแม่และเด็กมากๆ
ถ้าท้องก็รีบพามาตรวจ รับรองว่าหมอจะดูแลเป็นพิเศษ
เพราะหากแม่และเด็กได้รับการดูแลภายใต้แพทย์อย่างสม่ำเสมอก็จะไ ม่มีปัญหา"
(หมอท่านนี้ไม่ทราบอะไรมาก่อนครับ เพราะพึ่งมาตรวจกันครั้งแรกตามคำแนะนำผู้ใหญ่
หมออาจจะเดาเอาว่าผมรู้แล้ว) ผมก็งงๆ
ทีแรกนึกว่าเธออาจเคยประสบอุบัติเหตุกระเทือนต่อมดลูกหรืออาจเค ยเป็นเนื้องอก
แล้วผ่าตัด ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เลยถามภรรยาระหว่างขับรถกลับบ้านว่า
"มดลูกเคยมีปัญหาใช่ไหม" ผมถามเพราะห่วงนะครับ ไม่ได้สงสัยอะไรเลย
แต่เธอตกใจทันทีและร้องไห้ออกมา ขอโทษขอโพยที่ปิดบังมาตลอดและเล่าเรื่องทั้งหมด
(เธอคงนึกว่าผมรู้แล้วและมาถามเอาเรื่อง) ผมก็อึ้งเลยครับ
2 ปีที่ผ่านมานี่ผมเป็นควายหรืออย่างไร นี่มันเกิดอะไรขึ้น
เธอบอกว่าสมัยเรียนเมืองนอกเธอเคยมีเพื่อชายชาวญี่ปุ่นและอยู่ด ้วยกัน
(ซึ่งอันนี้ผมรู้แล้วและไม่ถือครับ) ต่อมาก็ห่างๆ กันไป
เธอมารู้ตัวว่าท้องก็หลังจากเพื่อนชายคนนั้นกลับประเทศไปแล้ว
เธอไม่รู้จะทำอย่างไรจึงขอ Drop เรียน และย้ายเมืองเพื่อไม่ให้ใครรู้
และไปทำแท้งที่ต่างเมือง แล้วจึงกลับมาเรียนต่อ

คนรอบข้างก็ไม่มีใครสงสัยเพราะเธอบอกว่าย้ายไปหาข้อมูลเพิ่มเติ มเพื่อประกอบ
Thesis จะมีก็แต่ครอบครัวเท่านั้นที่รู้เพราะแม่บินตามมาเฝ้าพยาบาลเธอ ด้วย
กลับมาถึงบ้านเธอก็ร้องไห้อ้อนวอนขอโทษถึงกับกอดแข้งกอดขากราบเ ท้าอย่าให้เรา
แยกกัน ผมในตอนนั้นหัวมันตื้อเพราะช็อกก็ไม่ได้ยินอะไรเลย
จำได้แค่ว่าตัวลอยๆ เดินไปเก็บเสื้อผ้าและขับรถออกจากบ้านไป
ผมไม่รู้จะไปไหนก็เลยติดต่อเพื่อนที่อยู่แถบอีสานขอพักด้วยสักร ะยะ
เพื่อนก็ตกลงเพราะเห็นว่าผมคงมีทุกข์มาและก็ไม่ว่าไม่ถามอะไร
ผมเลยจัดแจงลาออกจากงานและไปอาศัยบ้านเพื่อนครับสักพักผมก็ทนไม ่ได้ครับ
เลยไปบวช ที่วัดแถวๆ นั้น
เพื่อนก็ถามว่าแล้วทางบ้านทางภรรยารู้หรือเปล่าว่าจะบวช
ผมก็บอกว่ามีปัญหากันนิดหน่อยแต่ทางนั้นทราบแล้วว่าผมอยู่ที่นี ่
(จริงๆ ผมไม่ได้บอกใครเลยครับ) เวลาผ่านไป ผมก็เริ่มสงบลง เมียผม
และครอบครัวผมคงทราบจากเพื่อนว่าผมมาบวชอยู่ที่นี่ก็ตามมาโน้มน ้าวให้กลับบ้าน
แม่ก็มาขอร้อง แต่ตอนนั้นผมต้องการสงบครับ
ผมก็ตอบว่าถึงเวลาจะกลับไปจัดการทุกอย่างเอง ขออย่าให้ทุกคนเป็นห่วง
เมียผมเองก็เพียรอ้อนวอนจนอ่อนใจ และทำใจจึงกลับไป ผมบวชเรียนอยู่เกือบปี
อยู่มาวันนึงเจ้าอาวาสก็เรียกเข้าไปคุยว่า "เมื่อยามมีทุกข์ก็ได้มาผ่อนทุกข์ของตนเองแล้ว
บัดนี้เห็นว่าสงบลงและมีสติขึ้นมาก คุณจะเห็นควรกลับไปบรรเทาทุกข์ให้คนข้างหลังหรือไม่
อาตมาไม่ได้ขับไล่เพียงแต่แนะนำ สุดแล้วแต่การตัดสินใจเถิด"
ผมเองก็มีสติขึ้นจากการบวชว่าผมหลบมาคนเดียวนี่ผมปลงทุกข์ของตน แล้ว
แต่คนข้างหลังคงยังมีทุกข์ ผมเลยสึกครับ
พอสึกแล้วก็พักอยู่บ้านเพื่ออีก 2-3 วัน นั่งสมาธิทุกคืน เมื่อมีสติก็คิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ
ได้ชัดเจนครับว่าเธอเป็นภรรยาที่ดีของผมมาตลอดไม่เคยบกพร่อง
เป็นห่วงเป็นใย ช่วยเหลือ ตั้งแต่สมัยเป็นแฟนเคยดีอย่างไร
แต่งแล้วก้ยังดีเหมือนเดิมทุกประการ ผมเลยกลับบ้านครับ ก็หวั่นๆ
อยู่ว่าเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง และจะพร้อมกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่
เมื่อถึงบ้านและพบเธอ เธอดูซูบไปมาก ใบหน้าหมองคล้ำ
เธอไม่แสดงอาการอะไรนอกจากถามผมเหมือนทุกครั้งที่ผมกลับบ้านว่า เหนื่อยไหม
หิวหรือยัง จะอาบน้ำก่อนหรือทานข้าวก่อน เธอเตรียมกับข้าวไว้แล้ว
(ผมมารู้ทีหลังว่าตั้งแต่ผมจากไป เธอยังคงทำกับข้าวรอผมทุกวันเพราะเผื่อวันใดผมกลับมาจะได้มีอาห ารพร้อมไม่ ต้องนั่งหิวรอ) ผมน้ำตาไหลเลยครับ พูดไม่ออก คว้าเธอมากอดและขอโทษ ครั้งนี้
ผมลงกราบเท้าขอโทษเธอเหมือนครั้งที่เธอเคยกราบอ้อนวอนผมมาก่อน
เพราะผมรู้สึกว่าผมทำร้ายของล้ำค่าของผมได้อย่างไร

ผมปล่อยให้เธอจมอยู่กับความทุกข์ทรมานอยู่คนเดียวโดยผมหนีไปหาค วามสงบคนเดียว
ได้อย่างไร ผมเป็นสามีที่เห็นแก่ตัวมากๆ เธอไม่โกรธเลย ยิ้มรับผม
เราต่างกอดกันร้องไห้ทั้งคืนโดยไม่พูดอะไรเลย
มันสื่อกันด้วยความรู้สึกนะครับ
ไม่มีคำต่อว่าจากปากเธอแม้แต่คำเดียว ไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา
ตอนนี้เราก็กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วครับ เรื่องนี้ผ่านมาประมาณ 4 ปีแล้ว
ตอนนี้เธอท้องแล้วครับ ผมอัลตร้าซาวด์แล้ว ผมกำลังจะมีลูกชายครับ

ผมดีใจมากและทุกวันนี้ก็ภูมิใจมากที่มีศรีภรรยาคนนี้มาเป็นแม่ข องเจ้าตังค์
(แอบตั้งชื่อไว้ก่อนน่ะครับ แบบว่าเห่อ) เราสองคนไม่มีใครรื้อฟื้นเรื่องนั้นอีกเลย
มีเพียงแต่ว่าทุกสัปดาห์จะไปวัดด้วยกันและทำบุญตักบาตร
แผ่เมตตาให้แก่ลูกคนแรกของเธอครับ
ผมเล่ามานี่ก็เพื่ออยากให้คุณคิดได้และเข้าใจว่าหลังพายุ
ถ้าเราผ่านมันไปได้ หลังจากนั้นก็คือท้องฟ้าที่สงบและสดใส
ผมไม่สามารถรับรองได้ว่าทุกท่านจะโชคดีเหมือนอย่างคู่ผม
แต่ผมขออวยพร

ผมมั่นใจว่าวันหนึ่งทุกคนต้องผ่านพ้นความทุกข์ไปได้และพบกับสิ่ งดีงามครับ....


-------------


Posted By: @Jenny@
Date Posted: 26 เม.ย. 2007 at 16:45

ขอแปะมั่งนะจ๊ะ เพราะเราว่าหัวข้อนี้กำลังเป็นที่สนใจของใครหลาย ๆ คน อิ อิ

> > >>> ข้อความนี้คัดลอกมาจากเว็บอื่น)

> > >>> จาก กระแสที่ มี การ ห้อย ตุ๊กตา เอาไว้ ท้ายรถเป็นจำนวน มาก

> > >>> เริ่มจาก คนกลุ่ม เล็กๆ 

> > >>> แล้วก็ มากขึ้นเรื่อยๆ

 > > >>> จนกลายเป็น แฟชั่น ในที่สุด

 > > >>> พ่อ แม่ พี่ น้อง บนท้องถนน

 > > >>> หรือกระทั่ง คนขับรถโดยสารสาธารณะ

 > > >>> เริ่ม เอามาห้อยบ้าง (โดยไม่รู้ที่มาที่ไป)

 > > >>> ลุกลามไป ถึง รถกระป้อ รถบรรทุก รถมอไซด์ รถยนต์ทุกชนิด

 > > >>> มันดูน่ารัก เท่ห์ และไม่เสียหายอะไร

 > > >>> ค่าใช้จ่ายต่ำมาก (ผมก็ว่าเช่นนั้น)

 > > >>> และ เป็น จุดสังเกต ว่านั่นคือรถของเรา

 > > >>> ซึ่งผมเองยังไม่มีรถ

 > > >>> และกำลังจะซื้อรถเร็วๆนี้

 > > >>> ก็มีความคิดที่จะทำเช่นกัน

 > > >>> แต่พอได้อ่านกระทูก่อนหน้านี้

 > > >>> เรื่องที่มาที่ไปของการห้อยตุ๊กตา

 > > >>> ได้ความว่า

 > > >>> ในเริ่มแรกเดิมทีนั้น

 > > >>> ตอนแรกๆจะห้อยตุ๊กตาที่มีรูปร่าง "เหมือนคน" กันครับ

 > > >>> พวกตุ๊กตาบาบี้ หรืออะไรก็ได้ ที่ดูออกว่า "เป็นรูปคน"

 > > >>> แล้วเค้าห้อยทำไม ... การห้อยตุ๊กตารูปคน ทำเพื่อแก้เคล็ดครับ

 > > >>> สำหรับรถที่เคย "ลากคนไปอยู่ใต้ท้องรถ" มาแล้ว

 > > >>> ด้วยความเชื่อที่ว่า เพื่อไม่ให้วิญญาณคนที่ถูกลาก

 > > >>> ตามติดอยู่ใต้ท้องรถตลอดไป จะขายราคาก็ตก เงินก็ไม่มี เดี๋ยวไม่มีรถใช้

 > > >>> [คล้ายๆกับเรื่องที่เราไปแย่งนอนเตียงผีน่ะครับ ถ้าเราไปนอนแทน

 > > >> ผีก็นอนไม่ได้]

 > > >>> เรื่องตุ๊กตาห้อยท้องรถก็เช่นกัน

 > > >>> ห้อยไว้ เพื่อเอาตุ๊กตามา "แย่งที่" ไม่ให้วิญญาณ

 > > >> มาอาศัยใต้ท้องรถเราอยู่ครับ

 > > >>> บางคนซื้อรถมือสอง แล้วเห็นอะไรแปลกๆขณะขับรถ

 > > >>> หรือไม่ไว้ใจประวัติรถ ก็มักจะมาห้อย กันเอาไว้ก่อนน่ะครับ

 > > >>> มาตอนนี้กลายเป็นว่า ... ห้อยเป็นแฟชั่น

  > >>> แต่การห้อยเป็นรูปตุ๊กตาหมีหรืออะไรต่างๆน่ะ กันวิญญาณไม่ได้นะครับ

 > > >>> แต่อาจจะทำให้วิญญาณเร่ร่อน ตามติดรถไปได้อีก

 > > >>> การโชว์ ตุ๊กตา

 > > >>> หรืออะไรต่างๆที่เป็นของที่มนุษย์ใช้ที่มันดูน่ารักน่าเล่นน่ะ

 > > >>> ไม่ต่างอะไรกับการ "เชื้อเชิญ" นะครับ ถ้าใส่ไว้ในรถจะไม่เป็นไร

 > > >> แต่ถ้านอกรถเป็นการ แสดงการ

 > > >>> เชื้อเชิญครับ

 > > >>> [คล้ายๆกับการตอบ "ครับ" หรือเปิดประตูรับน่ะครับ

 > > >> ทำให้วิญญาณเข้ามาในบ้านเราได้]

 > > >>> ถ้าเผลอไปลากคนไปอยู่ใต้ท้องรถมาแล้ว

 > > >>> ไม่จำเป็นต้องห้อยตลอดไปนะครับ แค่ 49 วันก็พอ

 > > >>> กลัวนับผิด จะห้อยเกินไปบ้างก็ไม่เป็นอะไร

 > > >>> วิญญาณใต้ท้องรถน่ะ แม้โดนแย่งที่ แต่มีสิ่งเหนี่ยวอยู่สิ่งเดียวครับ

 > > >>> ก็คือใต้ท้องรถที่ลากเค้าน่ะแหละครับ

 > > >>> วิญญาณที่สามารถยึดติดอยู่กับสิ่งเหนี่ยวได้ จะไม่ไปผุดไปเกิดนะครับ

 > > >>> แต่ถ้าไม่สามารถยึดติดได้ จะไปผุดไปเกิดในช่วง 49 วันครับ

  > >>> ฉะนั้น ถ้าเผลอห้อยแล้วหลุด หรือโดนหมางับหายไป

 > > >>> ให้เริ่มต้นห้อยและนับ 1 ใหม่ ไปอีก 49 วันนะครับ

  > >>> นั่น คือ สาเหตุ และ ดูเหมือนการห้อย จะมีผลร้าย

 > > >>> ด้านความเชื่อ ซึ่ง ถ้า ไม่ห้อยรูป คน อาจทำให้มีวิญญานติดรถไปได้

 > > >>> ผมจึงคิด สรุป ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

 > > >>> --> ห้อยตุ๊กตารูปคน = กันผี = แฟชั่น = ห้อยได้ไม่มีผลเสีย

 > > >>> --> ห้อยรูป อื่นๆที่ไม่ใช่รูปคน = เรียกผีมา = แฟชั่น = น่ารัก

 > > >>> แต่อาจมีวิญญาณคนตายตามท้องถนนติดมา = มีผลเสีย (ถ้าไม่เชื่อ

 > ก็ไม่เป็นไร)

 > > >>> --> ถ้าอยากห้อยรูป อื่นๆที่ไม่ใช่รูปคน = ห้อยได้ตามปกติ =

 > แฟนชั่นสวยงาม

 > > >> ดึงดูดผีตามตุ๊กตามา =

 > > >>> มีผีติดรถ = เอาพระมาห้อยในรถ = ผีจะโดนพระไล่ไปเองโดยอัตโนมัติ =

 > > >> ผีตัวไหม่ไม่รู้ว่ามีพระ ก็

 > > >>> เข้ามาตามตุ๊กตาอีก = โดนพระไล่ ไปอีก เป็นแบบนี้ เรื่อยไป



Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 08:14
Up Up Up

-------------


Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 09:31

วิธีการถนอมดวงตา

      น่าสนใจดีโดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวันหรือ ใช้ปาล์มบ่อยๆ


      วิธีนี้คิดค้นขึ้นโดยจักษุแพทย์ชาวอเมริกันชื่อว่า
      นายแพทย์ วิลเลียม เอช. เบตส์ (ค.ศ. 1860-1931)


      วันหนึ่งนายแพทย์เบตส์กลับจากทำงานด้วยดวงตาอันอ่อนล้า
      เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องที่ยังไม่ได้เปิดไฟ
      วางข้อศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ
      โค้งอุ้งมือทั้งสองวางครอบดวงตาของตน
      หลับตาพักผ่อนในท่านั้นอยู่สิบนาที
      พอลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่งเขารู้สึกว่าอาการปวดเมื่อยดวงตาหายไป
      แถมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องชัดเจนขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย


      จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวนายแพทย์เบตส์ได้ค้นคิดวิธีการฝึกสายตาอ ย่างธรรมชาติ
      เพื่อพักผ่อนกล้ามเนื้อตาและช่วยรักษาสายตาให้ดีขึ้น
      นายแพทย์เบตส์เขียนหนังสือชื่อ Perfect Sight without
      Glasses เป็นที่นิยมแพร่หลาย แม้ภายหลังเขาเสียชีวิต
      แต่วิธีการของนายแพทย์เบตส์ยังได้รับการเผยแพร่โดยแพทย์ทั้งหลา ย
      ทั่วยุโรปและอเมริกา "วิธีของเบตส์" มี 7 ท่าด้วยกัน


      ท่าที่ 1 ครอบดวงตา
      โค้งอุ้งมือทั้งสองครอบดวงตาไว้เฉย ๆ
      ระวังอย่าให้อุ้งมือกดทับดวงตา
      นึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่น
      วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ตามป่าเขาหรือชายทะเล
      อยู่ในท่านี้สัก 10 นาที


      ท่าที่ 2 สร้างจินตภาพ
      ต่อจากท่าที่ 1 ยังคงครอบดวงตาอยู่
      สร้างจินตภาพว่าตนเองกำลังมองวัตถุบางอย่างที่มีสีสันสดใส
      มีรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น
      มองเห็นดอกเบญจมาศสีเหลืองสวย
      เห็นกลีบดอกแต่ละกลีบละเอียดชัดเจน
      สายตาที่คมชัดจากจินตนาการของเราเองจะช่วยเยียวยาสายตาจริงๆ
      ของเราได้เป็นอย่างดี


      ท่าที่ 3 กวาดสายตา
      มองแบบไม่ต้องจ้อง (คนสายตาสั้นมักจ้องและเขม้นตา)
      กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง
      ทำให้ตาของเราได้ผ่อนคลาย


      ท่าที่ 4 กะพริบตา
      ฝึกนิสัยให้กะพริบตา 1-2 ครั้ง ทุก ๆ 10 วินาที
      ช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยง
      โดยเฉพาะคนที่สวมแว่นหรือคอนแท็กต์เลนส์ยิ่งจำเป็น


      ท่าที่ 5 โฟกัสภาพใกล้และไกล
      เหยียดแขนซ้ายไปให้ไกลที่สุด
      ตั้งนิ้วชี้มือซ้ายขึ้นเพื่อเป็นจุดโฟกัส ขณะเดียวกัน
      ตั้งนิ้วชี้มือขวาให้ห่างจากใบหน้าสัก 3 นิ้ว (7.5 ซม.)
      โฟกัสภาพที่แต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อยๆ
      เมื่อโอกาสอำนวย


      ท่าที่ 6 ชโลมดวงตา
      ตื่นนอนทุกเช้าใช้มือวักน้ำชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่น สัก 20
      ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้ง
      ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาดีขึ้น
      การจบด้วยน้ำเย็น
      ทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยาน
      ก่อนเข้านอนให้วักน้ำชโลมดวงตาอีกครั้งหนึ่ง
      แต่คราวนี้ชโลมด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่น
      จะทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตาได้ผ่อนคลาย ก่อนเข้านอน


      ท่าที่ 7 แกว่งตัว
      ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แกว่งตัวไปมาจากซ้ายไปขวา
      ถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆ
      แต่ไม่ต้องจ้อง
      ปล่อยให้จุดที่เรามองแกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัว
      ท่านี้จะทำให้ดวงตาได้พักและมีการปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อย ๆ
      เมื่อมีโอกาส เปิดเพลงคลอไปด้วยก็ได้


      "วิธีของเบตส์"
      ได้รับการยืนยันจากจักษุแพทย์จำนวนมากว่าเป็นการฝึกดวงตา
      ที่เป็นระบบช่วยรักษาสายตาคนไข้ได้เป็นจำนวนมาก...



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 09:37

ขำ ๆ กันบ้างเน้อ

ย า ม เ ธ อ ยิ้ ม

ยามเธอยิ้ม ปานอีแร้งแย่งหมาเน่า

ยามเธอเศร้า ช่างละม้ายคล้ายกับผี

ยามเธอยิ้ม ช่างยั่วยวนกวนตีนดี

ยิ้มอีกทีเตะคอพับหลับคาตีน

ท้ อ ง ป่ อ ง

พอหน้าท้อง ของแม่ เริ่มป่องออก

พ่อก็บอก อยากให้ลูก เป็นดอกเตอร์

ย่าก็อยาก ให้หลานเป็น นายอำเภอ

แต่ต้องเก้อ หมอบอกแม่ แค่ลงพุง

น อ น กั บ ศ พ

เมื่อคืนฝันสยองตีสองกว่า

ฝันไปว่านอนซบกับศพผี

นอนขึ้นอืดค้างตายมาหลายปี

เหมือนปิศาจอเวจีที่น่ากลัว

เหม็นซากศพ อบอวลไปทั่วห้อง

ไม่กล้ามองต้องคู้คด นอนหดหัว

ตกใจตื่นขนลุกซู่ ดูรอบตัว

เห็นชัวร์ ๆ เมียนอนตด สลดใจ

บ ว ก เ ล ข

สามสิบหกคืออกอันเซ็กซี่

ยี่สิบสี่คือเอวองค์โฉมเฉลา

สามสิบห้าคือบั้นท้ายร้ายไม่เบา

รวมกันเข้าเก้าสิบหกอายุเธอ

ค ว า ม รั ก ข อ ง โ ป ร แ ก ร ม เ ม อ ร์

เอา array มาเก็บความรัก

เอา buffer มาพักใจไว้

เอา struct มาใส่ความห่วงใย

แล้ว save เก็บไว้ในหัวใจเธอ

complie ความปรารถนาดี

ที่ execute ไว้เสมอ

ยามใดที่ interrupt แล้วพบเจอ อยากจะ copy หน้าเธอไว้ทุกมุม

ls ดูความจริงใจ

ftp ความคิดถึงไปทั่วกลุ่ม

declare ความห่วงหาให้ครอบคลุม

แล้ว click ปุ่มเพื่อส่งความหวังดี

del ความบาดหมางของสองใจ network เชื่อมใยใจที่ล้นปรี่

ให้ ram เก็บความรู้สึกที่มี

ใช้ pointer ชี้สายสัมพันธ์ เก็บค่าความสุขลง file

แล้ว move ย้ายค่าความโศกศัลย์ ทิ้งไปใน bin โดยพลัน

เหลือ quota ไว้แค่ฉันกะเธอ

ย อ ม

ฉันรักเธอเพ้อหาจนหน้าแห้ง

สุดแสยงสุดสยิวหิวกระหาย

แม้นอกหักรักนี้ขี้แตกตาย

ฉันยอมอายตายคาขี้ดีกว่าเอย



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 09:48


-------------


Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:01
อยู่อย่างไรเมื่อเกิดวิกฤตศรัทราในตัวเจ้านาย  
โดย ถนอมจิต คงจิตต์งาม

1 วันมี 24 ชั่วโมง
แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือน ต้องบอกว่า เกือบ 24 ชั่วโมงนั้นยกให้ที่ทำงาน ยิ่งถ้านับเวลาเดินทางเข้าไป
ด้วย ต้องใช้เวลาอยู่กับที่ทำงานมากกว่าครอบครัวเสียอีก

ถึงจะเป็นมนุษย์ที่ขี้เกียจเป็นที่สุด แต่เช้าขึ้นมาก็ต้องตะเกียกตะกายออกไปทำงาน เพราะขืนไปไม่ทัน
เดี๋ยวโดนไล่ออกได้ บางคนพ่อแม่จะตายยังต้องภาวนาให้ประวิงเวลาสิ้นลมไว้ก่อน เพราะยังทำงานให้
บริษัทไม่เสร็จ

คนที่โชคดีที่สุดในยุคนี้คือ ได้อยู่ในที่ทำงานที่แวดล้อมด้วยตัวการงานที่พอใจ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเจ้านาย
ที่มีคุณสมบัติให้ลูกน้องรักใคร่ศรัทธา คืออยู่ในที่ทำงานแล้วมีความสุข

ในที่ทำงาน <> "เจ้านาย"เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามาอยากทำงานหรือไม่ เพราะเป็นผู้มีอิทธิพลที่ดลบันดาล
ให้สถานที่ทำงานอันใหญ่โตหรูหรากลายเป็นโรงงานนรกและสามารถแปรเปลี่ยนลูกน้องให้มีสภาพเป็นทาส
ได้ภายในพริบตา

ดิฉันได้ฟังเรื่องราวประเภทลูกน้องนินทานายมาโดยตลอด เป็นการพาดพิงแบบครบรส มีทั้งชื่นชม ชิงชัง
ออกแนวขบขัน ผสมขมขื่น มากน้อยต่างกันไปตามแต่ละองค์กร

น้องๆ ในแวดวงสื่อมวลชนแอบนินทาหัวหน้าข่าว ว่าไม่เคยสั่งงาน ไม่เคยอ่านข่าวฉบับอื่น มาสายเป็น
ประจำ ไม่เคยรู้เลยว่าชาวบ้านเขาไปถึงไหนกันแล้ว ไม่เคยช่วยพัฒนาทั้งงานเขียน ทั้งตัวนักข่าว ไม่
เคยสนใจว่าคนที่อยู่ในพื้นที่เดือดร้อนเพราะการเขียนข่าวแบบเอามันส์ของหัวหน้า

เพื่อน ๆ พี่ ในแวดวงข้าราชการสุดเซ็งกับเจ้านายที่ได้ตำแหน่งมา เพราะมีคุณสมบัติแค่อาวุโส เข้า
ทำนอง แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน อยู่ในวังวนของความเฉื่อยชา เชื่องช้า แล้วเรียกตัวเอง
ว่าเป็นคนสุขุม ไปประชุมที่ไหน ลูกน้องแทบจะเอาปี๊บคลุมหัว อับอายวิสัยทัศน์แต่ละอย่างที่เอ่ยเอื้อนออก
<> มา นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นกิน

ส่วนความยุติธรรมไม่ต้องพูดถึง เกิดมาไม่เคยรู้จัก รู้แต่รักใคร ชอบใคร ดีจริงหรือไม่ ไม่สำคัญ
ลื่อนขั้นให้ไว้ก่อน

ส่วนพวกภาคเอกชนก็ยอมน้อยหน้า เอาแต่ดัชนีเคพีไอขึ้นสมอง คิดแต่ตัวเลขขาดทุน กำไร มองเห็นคน
เป็นแค่เครื่องจักรปั๊มเงิน ไม่เคยเรียนรู้คำอื่นนอกจากการตั้งคำถามไล่บี้ลูกน้องว่าทำไม ทำไม แต่ไม่
เคยถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน

ออกกฎกติกามารยาทนับร้อย นับพันข้อให้ปฎิบัติ ราวกับอยู่กันในยุคที่มนุษย์ยังใช้หัวคิดเองไม่เป็น

มาสายเพราะน้ำท่วมซอย กินข้าวเที่ยงกลับช้าไม่กี่นาทีถูกตัดเงิน แต่พอถึงปีบอกโบนัสคิดไม่ทัน ส่วนเงิน
เดือนเศรษฐกิจไม่ดีปีนี้ให้รอก่อน

บริษัทจน ผู้บริหารรวยเอา รวยเอา ถอยป้ายแดงเป็นว่าเล่น ลูกน้องบริษัทประเภทนี้ เลยมีบุคลิกเหมือน
กันคือต้องแลบลิ้นเลียปาก อาศัยน้ำลายช่วยป้องกันเหงือกแห้ง ปากแห้ง

<> ในบรรดาประเภทที่ว่ามา มนุษย์เงินเดือนสรุปกันว่ายังไม่ร้ายเท่ากับ เจ้านายที่เห็นลูกน้องเป็นคู่แข่งของ
ตัวเอง

สมัยโบราณ เมื่อมีการทำศึก แม่ทัพก็ต้องมีขุนพลคู่ใจที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ คือต้องเก่งกาจชนิดหาจับยาก
รบร้อยครั้งถึงจะชนะร้อยครั้ง

รู้ว่ามีนักปราชญ์ราชบัณฑิต คนดี มีปัญญาอยู่ที่ไหน จะต้องส่งเทียบเชิญมาไว้เป็นที่ปรึกษา จะได้ไม่ต้องไป
ตั้งต้นเรียนด้วยตนเองทุกเรื่อง แค่รู้จักใช้คนให้เป็นก็เพียงพอแล้ว

โลกเปลี่ยนไป วิธีคิดของคนกับผู้ใต้บังคับบัญชาก็เปลี่ยนไปด้วย

ให้สังเกตดูว่า เจ้านายสมัยนี้ มีหน้าที่หลักอยู่ 2 อย่างคือคอยจับผิด กับคอยโยนความผิดให้ลูกน้อง

มีลูกน้องเก่งๆ ระดับดอกเตอร์ชั้นหัวกะทิกลับกลัวจะดังกว่า คอยนั่งจับผิด ไปไหนทำอะไร ขอดูตาราง
เวลาให้ละเอียด จะพูดอะไรที่ไหนห้ามเด็ดขาด กลัวพูดแล้วดีกว่า เดี๋ยวเข้าตากรรมการมากกว่า

แทนที่จะเรียนรู้วิธีสร้างต้นรักให้ลูกน้องจงรักภักดี ยอมเอาความรู้ที่มีมาทำงานให้ตัวเอง มัวแต่เอาเวลา
<> ไปคอยจับผิด เข้าทำนองเห็นลูกน้องนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ส่งเอ็มเอสเอ็น ก็หาว่าอู้งาน แทนที่จะคิดว่าเขา
ฉลาดรู้จักเรียนรู้โลกภายนอก รู้จักใช้การสื่อสารที่ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา

แทนที่จะคิดทางบวกจะใช้เขาให้เหมาะกับงานอย่างไร กลับใช้อำนาจวาสนาบารมีคอยเหยียบย่ำทำลาย
ให้ย่อยยับ

ในชีวิตแต่ละคนล้วนต้องมีลูกน้องทั้งนั้น จะเป็นยาม เป็นภารโรงก็ยังต้องมีผู้ช่วยในสังกัดซึ่งคือลูกน้อง

การเป็นเจ้านายให้เป็นจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์คือ ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองเป็นเพื่อให้ลูกน้องยอมรับ
ในความรู้ และมีศิลปะในการผูกใจลูกน้อง

นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จต้องมีทีมงานเบื้อง
หลังที่เป็นกระบี่มือหนึ่งในแต่ละสาขา ถึงจะทำอะไรได้สำเร็จ

ใจต้องซื้อด้วยใจ ใจต้องแลกด้วยใจเท่านั้น เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงที่หาให้นั้น ได้มาก็ดี แต่ดีที่สุด
<> คือต้องให้ได้ใจ

ดิฉันโชคดีได้ทำงานใกล้ชิด คนที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ เลยมีโอกาสได้เห็นตัวอย่างดีดี ได้วิธีคิดที่ไม่มีสอนใน
ตำรามากมาย เช่น เมื่อมีข้อผิดพลาดในองค์กร คนแรกที่ต้องผิดคือเจ้านาย ถ้าเป็นภาคเอกชน ภาค
ธุรกิจ เจ้าของคือคนแรกที่ผิด แค่ลูกน้องพูดไม่ดีกับลูกค้า เจ้าของก็ผิดแล้ว คือผิดที่ไม่รู้จักสั่งสอนเด็ก

ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เจ้านายต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ ต้องคิดแบบเจ้าของ ไม่ใช่ลูกน้องทำผิดก็กล่าว
หาว่าเป็นเพราะเรียนน้อย ด้อยสติปัญญา ต้องจับดองไว้ใต้ถุนแผนก

หน้าที่ของเจ้านายคือช่วยอำนวยความสะดวกในทุกวิถีทางให้ลูกน้องทำงานได้สำเร็จ ติดขัดตรงไหนต้อง
ช่วยจัดการ ไม่ใช่มองข้อเสนอของลูกน้องเป็นข้อกล่าวหา

แทนที่จะมองเป็นการแสดงความเห็น กลับกลายเป็นมองว่าพูดเพื่อเรียกร้อง

คำสามคำที่ดิฉันจำแม่น และถูกฝังหัวมาตลอดให้ปฎิบัติกับคนอื่น คือ น้ำใจ น้ำคำ น้ำเงิน
ต้องมีน้ำใจกับลูกน้อง ถามไถ่ทุกข์สุข ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร มีลูกกี่คน ลำบาก หรือสับสนในชีวิตแค่
<> ไหนต้องใส่ใจ

มีน้ำใจอย่างเดียวไม่พอ ถ้าเป็นลูกหลานในบ้านคิดแค่ครั้งสองครั้งก็พูดได้ แต่ก่อนพูดกับลูกน้อง ต้องคิด
สามตลบ ชมเชยต้องให้คนอื่นได้ยิน ตำหนิต้องเชิญมาให้คำแนะนำกันสองต่อสอง อาศัยฐานของความ
เมตตาเป็นที่ตั้ง

เหนือสิ่งอื่นใด ต้องดูแลเรื่องน้ำเงิน ไม่ใช่เอาแต่พูดจาดีหลอกล่อใช้งานจนหัวปักหัวปำ เป็นทาสในเรือน
เบี้ย ทำงานมาหลายสิบปีจนแก่งั่ก ที่นอนยังไม่มีให้ซุกหัว เจ็บป่วยเป็นไข้เงินจะรักษาตัวยามตกทุกข์ก็ยัง
ไม่มี

แต่ละปีคุยอวดสื่อกำไรเป็นร้อยล้านพันล้าน กะอีแค่จะเอาเศษเงินหลักล้านมาแบ่งให้ลูกน้องบ้างเถียงกัน
เป็นปี กลัวสบายน้อยลง

<> ศาสตร์แห่งการใช้คน ต้องยกให้นักการเมือง สังเกตไหม แม้จะแก่เฒ่า เรียนต่ำเรียนสูงไม่สำคัญ แต่
เก่งในเรื่องศิลปะการครองใจคน มีที่ปรึกษาระดับดอกเตอร์ชั้นหัวกะทิ เดินตามหลังเต็มไปหมด

การมีคนหนุ่มที่ยอมซูฮกคนแก่ด้วยความนับถือในประสบการณ์ ศรัทธาในคุณธรรม นั่นแหละคือศิลปะการใช้
คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ฟังความแล้วเลยสงสาร เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ต้องอยู่ในวังวนของคนที่สักแต่ว่า มีตำแหน่งให้เรียกว่า เจ้า
นาย จะว่าเป็นเจ้านายป้ายแดง ประเภทมือใหม่หัดขับก็ไม่ใช่ เพราะตัวเลขอายุก็ไม่ใช่น้อย มี
ประสบการณ์ผ่านงานกันมาแล้วทั้งนั้น

แต่เป็นเจ้านายมือไม่ถึงเสียมากกว่า ไม่ถึงทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ และคุณธรรมเบื้องต้น รู้ว่าควรทำอะไรก็ไม่
สนใจศึกษา แต่ดิฉันว่า การศึกษายังน้อยกว่า คุณธรรมเบื้องต้นที่มีอยู่ในตัว

คนเราไม่มีหลักธรรมนำทาง คิดเท่าไหร่ ก็เดินเป๋ไปเป๋มา เหมือนแม่ปู ทำอะไรก็เป็นไม้หลักปักเลน
เป็นแก่นให้ใครเกาะไม่ได้ ขืนใครไปยึดเข้าก็พากันซวนเซไปหมดอย่างเดียว ขาดภาวะผู้นำอย่างรุนแรง

หากเราเป็นลูกน้อง ก็คงยากจะไปจัดการ ต้องให้เป็นการบ้านของผู้บร <> ิหารที่สูงกว่า เขาอยากได้องค์กร
ปู คือเป๋ไปเป๋มา ก็เรื่องของเขา ส่วนเราคนตัวเล็กๆ ก็ต้องหัดคิดเพื่อสุขภาพจิตที่ดีของตัวเองว่า

เจอเจ้านายไม่ดี ถือว่าเรามีโอกาสให้แสวงหา ให้เรียนรู้ ดูเป็นตัวอย่างแต่ถ้าเจอเจ้านายเข้าท่า ให้ถือว่ามีครูดี

ทุกคนต้องเป็นทั้งเจ้านายคนอื่นและเป็นเจ้านายตัวเองทั้งสิ้น

ท่านพุทธทาสสอนไว้ ไม่ให้ยึดติดกับสิ่งที่เป็น แต่เมื่อถึงคราวต้องเป็นอะไรก็แล้วแต่ "ต้องเป็นให้เป็น"

เมื่อศรัทธาเจ้านายไม่ได้ ก็อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ความหมาย คนอื่นจะเป็นอย่างไรเรื่องของ
เขา หันมาทำตัวเองให้น่าศรัทธาก็พอ

เวลาของคนเรามีน้อย อย่าต่อสู้และต่อต้านในสิ่งที่เสียเวลา ตัวอย่างมีให้เห็น เลือกเป็นในแบบที่เรา

ศรัทธา

<> วันหนึ่ง เมื่อเราเป็นเจ้านาย ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอยให้ลูกน้องมานั่งนินทาลับหลัง...

...แบบที่เรากำลังว่าเขานี่ไง


-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: wing
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:02
โอย.....ในท้องเรามีสารพิษกะ Wax เต็มไปหมดเลย


Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:08
1. **บ้าดูดวง...ถึงจะรู้ว่างมงายก็เหอะ**
>2. **ต่อมน้ำตาตื้น...แค่หนังซึ้ง ๆ เพลงเศร้า ๆ**
>.....**น้ำตาก็ทะลักออกมาได้** **ไม่ยากเย็น**
>3. **ติดละครซะเหลือเกิน....ละครโปรดมาเมื่อไหร่**
>**นั่งติดทีวี** **ไม่ไปไหนเลย**
>4. **ปากก็บอกว่า** **รักเขาคนเดียว**
>**แต่ก็ชอบแอบปิ๊งคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ เลยเชียว**
>5. **นัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงทีไร เม้าท์แตกลืมโลก**
>**ลืมแฟนได้ทันที**
>6. **กับเขาคนนั้นนะ...ห้ามไปซะหมด ห้ามซื้อโน่น นี่**
>**แต่กะตัวเองสิ** **เต็มที่ทุกอย่าง**
>7. **ใจลอยอยู่เสมอ ๆ** **ขับรถไปไหนต่อไหน**
>**ไม่ผิดกฏจราจรก็ต้องหลงทาง**
>8. **เจออาหารจานโปรดเมื่อไหร่**
>**ไม่รู้กริยาหญิงหายไปไหน...ไดอ่ง ไดเอ็ท** **ไม่สนแล้ว**
>9. **ชอบใช้มารยาหญิง เอาตัวรอด**
>10. **เรื่องนินทา...ขอให้บอกเถอะ...ชอบม๊าาาากกกกกกกกก**
>11. **แกล้งทำตัวเป็นสาวบอบบาง...อยากให้เขาทะนุถนอม**
>12. **ชอบคุ้ยเรื่องเก่าๆ** **ของคนอื่นมาต่อว่า**
>**ทุกครั้งที่ขัดใจกัน**
>13. **เจอหนุ่ม ๆ เด็ก ๆ ทีไหร่** **ก็ชอบหลอกอายุตัวเองทุกที**
>14. **เห็นของลดราคาเป็นไม่ได้** **เหมือนมีแม่เหล็กมาดูด**
>15. **เอาแต่ใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะกับคนพิเศษ** **โดนขัดใจทีไร**
>**กวนโมโหทุกที**
>16. **ขี้หึงได้ทุกสถานการณ์**
>17. **กรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย** **กระตู้วู้**
>**เรียกร้องความสนใจให้เสียงดังเกินเหตุโดยไม่จำเป็น**
>18. **บ้าดารานักร้อง ซื้อเทป ซื้อซีดี**
>**อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ...ทุ่มสุด** **ๆ**
>**เท่าไหร่เท่ากันเลย...**
>19. **เมื่อไหร่ที่อยากอยู่คนเดียวนะ...อย่าได้มายุ่งมาตอแยเชียว**
>20. **ถึงจะเป็นกุลสตรียังงัยก็เหอะ**
>**เวลาเจอภาพนู้ดก็ชอบแอบดูเหมือนกันแหละ**
>**แต่อย่าให้ใครรู้น๊าาา***
>*ปล. มีผู้ชายสักกี่คนที่จะทนผู้หญิงสวยแต่มีครบ **20
>**ข้อนี้ได้บ้าง**?*



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:12

คือ ช่วงนี้ กำลังจะลบ fw mail ออกจากเครื่องคอม

กำลังเคลียร์คอม เผื่อลาออกกระทันหัน คิกๆๆ

เลยขออนุญาตแปะๆๆ ที่เป็นประโยชน์

ส่วนเมล์โป๋ จำใจลบออก แต่จะส่งต่อให้ผู้ที่สามารถรักษามันได้ และสานส่งต่อได้ คิกๆ



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:13
Subject: อาหารต้องห้ามยามเป็นโรค
>>>
>>>
>>>อาหารต้องห้ามยามเป็นโรค
>>>
>>>เคยไหม ที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยาย
>>>หรือคุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่นห้ามรับประทานนี ่ เพราะว่ามันเป็นของแสลง
>>>เชื่อว่าบางคนคงยังงงกับคำว่า "แสลง"อยู่เลย วันนี้
>>>"108เคล็ดกิน"จะมาไขข้อข้องใจให้ว่า
>>>ของแสลงก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล ่
>>>แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้
>>>"108เคล็ดกิน" ว่าอย่าลบหลู่
>>>เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ฟังหูไว้ หูก็ดีเหมือนกัน
>>>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
>>>
>>>เป็นไข้หวัด มีไข้สูง
>>>ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมาก ๆ อาหารทอด อาหารมัน
>>>ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม
>>>เปรียบเสมืออาหารเชื้อเพลิง
>>>หรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ
>>>
>>>โรคกระเพาะ
>>>ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด
>>>ของมัน
>>>เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก
>>>ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง
>>>รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย
>>>
>>>โรคความดันเลือดสูง
>>>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาเลือดเ ลือดแข็งตัว
>>>ขาดความยืดหยุ่น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น
>>>หมูสามชั้น ไขกระดูก ไข่ปลา โกโก้ รวมทั้งเหล้า
>>>เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมในร่า งกาย
>>>และความชื้นก็มีผลก็ทำให้เกิดความหนืดของการไหลเวี ยนทุกระบบในร่างกาย
>>>และความร้อนก็จะไปกระตุ้นทำให้ความดันสูง
>>>  นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรืออาหารหวานมาก
>>> รวมทั้งผลไม้อย่างลำไย ขนุน ทุเรียน
>>>
>>>โรคตับและถุงน้ำดี
>>>หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมัน เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์
>>>อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะแพทย์จีนถือว่า
>>>ตับและถุงน้ำดีมีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร
>>>การได้อาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไป
>>>จะทำให้สมรรถภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลงและเกิดโทษ ต่อตับและถุงน้ำดีอีกต่อหนึ่ง
>>>
>>>โรคหัวใจและโรคไต
>>>ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ
>>>การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
>>>ไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยง
>>>เพราะทำให้กระตุ้นการไหลเวียนสูญเสียพลังงาน และหัวใจก็ทำงานหนักขึ้นเช่นกัน
>>>
>>>โรคเบาหวาน
>>>หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน หรือแป้งที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ
>>>ควรรับประทานอาหารพวกถั่ว เช่นเต้าหู้ นมวัว เนื้อสันไม่ติดมัน ปลา ผักสด
>>>
>>>นอนไม่หลับ
>>>หลีกเลี่ยงชา กาแฟ รวมทั้งการสูบบุหรี่ เพราะอาหารเหล่านี้
>>>มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับสนิท
>>>
>>>โรคริดสีดวงทวาร หรือท้องผูก
>>>หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทย พริก
>>>เพราะอาหารเหล่านี้อาจทะให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบ
>>>
>>>ลมพิษ
>>>ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแพะ เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู
>>>ไข่
>>>นม และอาหารรสเผ็ด เพราะจะไปกระตุ้นและทำให้อาหารผิวหนังกำเริบ
>>>
>>>สิว หรือต่อมไขมันอักเสบ
>>>งดอาหารเผ็ดและมัน เพราะทำให้เกิดการสะสมความร้อนชื้นของกระเพาะอาหาร ม้าม
>>>มีผลต่อความร้อนชื้นไปอุดตันพลังของปอด ควบคุมผิวหนัง ขน ตามร่างกาย
>>>ทำให้เกิดสิว


-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: groof
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:15
เนื้อเรื่องน่าสนใจและดีมากสำหรับสุภาพสตรี
>>>
>>>
>>> 1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
>>>
>>>
>>>  .......ข้อศอกเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย
>>>
>>>
>>> หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ
>>> จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์
>>>
>>>
>>>  (ถองกบาลหรือกกหูมันแรงๆ )
>>>
>>>
>>> 2. ข้อแนะนำจากหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์
>>> หากถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือ
>>>
>>>
>>> กระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ
>>> เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่น
>>> อาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้าก ระเป๋าที่คุณโยนออกไป
>>>
>>>
>>>  ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม
>>>
>>>
>>> 3. ถ้าถูกจับขังในฝากระโปรงท้ายรถพยายามทุบให้ไฟท้ายรถหลุดออก
>>>
>>>
>>> จากนั้นยื่นแขนออกมาจากรูโหว่แล้วโบกสุดฤทธิ์  คนขับมองไม่เห็นคุณ
>>> แต่รับรองชาวบ้านเห็นแน่ๆ วิธีนี้
>>> ช่วยชีวิตคน
>>>
>>>
>>> มานักต่อนักแล้ว
>>>
>>>
>>> 4. อย่านั่งแช่ในรถ สาวๆ ทั้งหลาย เมื่อเสร็จภารกิจช้อปปิ้ง กินข้าว
>>> เลิกงาน ฯลฯ
>>>
>>>
>>> สาว ๆ เมื่อก้าวขึ้นรถแล้ว ก็มักจะ นั่งแช่ ทำอะไรต่อมิอะไรกระจุกกระจิก
>>> เป็นต้นว่า ดูสมุดบัญชี จดลิ
>>> สต์รายการ
>>>
>>>
>>> ข้าวของ หรือเรื่องที่จะต้องทำ หรืออื่นๆ
>>> ขอเตือนว่าอย่าทำเช่นนี้เป็นอันขาด ผู้ร้ายอาจ กำลังจับ ตา
>>> เฝ้าดูคุณอยู่
>>>
>>>
>>> การที่นั่งจ่อมอยู่อย่างนี้แหละจะเป็นโอกาสอันงามที่มันจะก้าวข ึ้นมานั่งในรถข้างๆ
>>> คุณ เอาปืนจี้แล้ว
>>>
>>>
>>> สั่งให้พาไปไหนต่อไหน
>>> เพราะฉะนั้นก้าวขึ้นนั่งในรถเมื่อไรให้รีบล็อคประตูแล้วออกรถทั นที
>>>
>>>
>>>
>>>
>>>
>>> 5. ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ
>>>
>>>
>>> เมื่อคุณต้องเดินไปยังรถที่จอดในลานจอดรถ โรงจอดรถ หรืออาคารที่จอดรถ
>>>
>>>
>>>  ก. ประสาทตื่นตัว หมั่นสำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับ
>>> พื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย
>>>
>>>
>>> ข. ถ้ารถคุณจอดอยู่ข้างรถตู้คันใหญ่ แนะนำให้ขึ้นรถด้านประตูผู้โดยสาร
>>> ผู้ร้ายส่วนใหญ่มักฉวยโอกาส
>>> จังหวะที่เหยื่อกำลังเปิดประตูรถลากตัวเหยื่อขึ้นรถตู้
>>>
>>>
>>>  ค.
>>> ดูรถที่จอดอยู่ข้างรถคุณทั้งฝั่งซ้ายและขวาหากมีผู้ชายนั่งอยู่ คนเดียวตรงเบาะด้านที่ใกล้รถคุณ
>>>
>>>
>>> ควรหลีกเลี่ยงด้วยการเดินกลับเข้าไปในห้างหรือที่ทำงาน
>>> แล้วขอให้เจ้าหน้าที่ห้าง หรือ รปภ.
>>>
>>>
>>> หรือเพื่อนชายเดินกลับมาส่งที่รถ ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่าต้องเสียใจทีหลัง
>>> (โดนหาว่าประสาทดีกว่าต้องซี้ม่องเซ็ก)
>>>
>>>
>>> 6. ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได
>>>
>>>
>>> บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียว
>>> รวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุด
>>>
>>>
>>> 7. หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ .. วิ่งหนี!
>>> โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน 100 ครั้ง
>>> เท่านั้น
>>>
>>>
>>> (เป้าเคลื่อนที่) และถึงจะยิงโดน ก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญ
>>> เพราะงั้นวิ่งลูกเดียว!
>>>
>>>
>>> 8. ผู้หญิงมักใจอ่อน ขี้สงสารและเห็นอกเห็นใจไม่ต้องเลย
>>> เพราะอาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่ม
>>> ขืน หรือฆาตกรรมได้ กรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้ว
>>> ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด เบินดี้ม
>>>
>>>
>>> เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา
>>> มักใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิด ความ
>>> สงสัยสักนิด  เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดิน  โดยอาศัยไม้เท้า
>>> หรือแสร้งทำขากะเผลก
>>>
>>>
>>> จากนั้นจะขอ "ความช่วยเหลือ"  จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ
>>> จากนั้นก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป
>>>
>>>
>>> 9. จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน
>>>
>>>
>>> หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ เวลาร้องขอความช่วยเหลือให้ร้องว่า "ไฟไหม้"
>>> แทนคำว่า "ช่วยด้วย"
>>>
>>>
>>> เพราะคำว่าไฟใหม้จะทำให้ชาวบ้านในระแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูส ถานการณ์ได้เร็วกว่า
>>>
>>>


-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: mink
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:24

กาแฟใส่เกลือ

เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งนึง
เธอดูโดดเด่นมากและมีคนมากมายรุมล้อมเธอ
ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนนึง
ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย

และหลังงานเลี้ยงเลิก
เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ
เธอประหลาดใจมาก
แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง

พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งนึง
เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก
เธอรู้สึกอึดอัดมาก จนคิดในใจว่า
ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ

แต่ทันใดนั้น.....เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม
อยากเอามาใส่ในกาแฟ
ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาอายจนต้องก้มหน้า
แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย

ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า ทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้
เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็กบ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล
เขาเป็นลูกน้ำเค็มเล่นกับทะเลทุกวัน เคยชินกับรสเค็มของเกลือ
เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม
เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆเขาก็จะคิดถึ งวัยเด็ก
คิดถึงบ้านเกิด เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น

เขาเล่าไปก็น้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ
นั่นเป็นความในใจลึกๆของเขา
ผู้ชายคนไหนที่กล้าบอกว่าเขาคิดถึงบ้าน
แสดงว่าเขาต้องรักครอบครัวอย่างมาก
และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ดังนั้นเธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา เริ่มชวนเขาคุย
เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้าง ชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ
เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ
และจากการเริ่มต้นที่ดี ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไป


จนในที่สุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง
เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ
แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป!
ต้องขอบคุณกาแฟแก้วนั้น

และชีวิตรักที่สวยงามเช่นนี้ ก็เหมือนดังเรื่องทั่วไป
เมื่อเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา และก็มีความสุขมาโดยตลอด....
โดยทุกๆครั้งที่เธอชงกาแฟให้กับเขา
เธอต้องใส่เกลือลงไปในกาแฟให้ทุกครั้งไป
เธอรู้ว่านี่เป็นกาแฟที่เขาชอบมากที่สุด


หลังจากนั้นอีกสี่สิบปีเขาก็จากเธอไป
ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับนึงข้างในมีใจความว่า

ที่รัก อภัยให้ผมด้วย
ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต
มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม
ผมประหม่ามากในตอนนั้น
จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ
ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป
ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน
ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง
แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป
ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก
ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้

แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย
มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว
แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ
ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย
การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม
ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ
และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม!

น้ำตาของเธอหยดใส่กระดาษจดหมายจนเปียกชุ่ม
และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ
กาแฟรสเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร


เธอก็จะตอบเสมอว่า "มันหวาน"


-------------


Posted By: Good
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:31

การยกเลิกเครื่องหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

'เนื่องจากกรมการประกันภัยได้มีประกาศยกเลิกเครื่องหมาย พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 50 ที่ผ่านมา

ดังนั้น ในการแจ้งทำ พ.ร.บ. หลังจากนี้ไปจะไม่มีป้ายพรบ. ติดหน้ารถ ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ทุกท่านจะต้องมีสำเนาหน้าตาราง กรมธรรม์พ.ร.บ. ติดรถไว้ตลอด ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าได้มี การทำ พ.ร.บ. แล้ว'

ดังนั้น หลังจากวันที่ 6 เป็นต้นมา ถ้าเพื่อนๆ ไปต่อภาษีรถยนต์ แล้วซื้อ พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัย

บุคคลที่ 3 (ไม่รวม ประกันชั้น1 หรือ ชั้น 3 ที่ก้อคงทำกันอยู่แล้วนะ) ทางประกัน เค้าจะไม่ print ป้าย พรบ. เล็กๆ ที่เอาไว้แปะหน้ากระจกรถให้นะ แล้วก้อ เก็บสำเนากรมธรรม์ ไว้ในรถด้วยนะ เผื่อคุณตำรวจ (ที่อาจไม่รู้) มาถามหาป้ายพรบ.



-------------
http://daisyPath.com">


Posted By: mink
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 10:56

มอไซด์คิตตี้

         



-------------


Posted By: Good
Date Posted: 27 เม.ย. 2007 at 15:04

Reply from Mama ja.

คุณเอกฤทธิ์ ได้สอบถามมาว่าได้อ่านในอินเตอร์เนทเรื่องแวกซ์ ในเส้นทีแรกที่ตอบไปบอกเฉพาะเรีือ่งเดิมที่เป็นบะหมี่ถ้วยส่วนป ัจจุบันมี อีเมล์ใหม่ ขอตอบดังนี้

ตามที่มีข้อมูลใน internet กล่าวเรื่องการปรุงบะหมี่ที่ไม่ถูกวิธีจะทำให้เกิด wax และสารพิษจากชูรสขอชี้แจงดังนี้

บะหมี่มาม่าสามารถต้มในน้ำเดือดได้โดยไม่ต้องไปรินน้ำทิ้งเพราะ น้ำที่รินทิ้งจะสูญเสียรสชาติของซุปไก่ที่ราดไว้ที่เส้น มาม่าไม่มีแวกซ์แต่อย่างใด ส่วนประกอบหลักของเส้นได้แก่ แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และซุปไก่สกัด และเครื่องเทศ

หากท่านที่ต้องการลดการบริโภคไขมันอาจเทน้ำทิ้ง ก็จะลดไขมันไปได้บางส่วนแต่ก็จะสูญเสียความกลมกล่อมของน้ำซุป ไป

การใส่เครื่องปรุงผงลงขณะต้มก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่จำเป็นสามารถฉีกรอไว้ก้นชามพร้อมน้ำมันเจียวเพื่อความส ะดวก แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดการที่ผงชูรสจะเปลี่ยนเป็นสารพิษแต่อย่างใด ชูรสเป็นเกลือของกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของโปรติน มีหน้าที่ในการกระตุ้นให้ต่อมรับรส รับรู้รสอร่อย (Umami) ไม่แตกต่างจากน้ำตาลที่ทำให้ต่อมรับรสหวานพึงพอใจ ชูรสได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอนามัยโลก และ อย มานานหลายสิบปี

ท่านเคยชินกับการชงหรือต้มมาม่าอย่างใด สามารถดำเนินการตามแต่สะดวกได้อย่างเคย โดยไม่ต้องกังวลกับ wax และสารพิษ ที่มีการกล่าวอ้างลอย ๆ แต่อย่างใด

ฝ่ายวิจัยพัฒนาและประกันคุณภาพ

บมจ. ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์

Sumonrut Kamolchote

RD & QA Manager

Thai President Food Plc.



-------------
http://daisyPath.com">


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 01 พ.ค. 2007 at 13:09
มาช่วย กรุ๊ฟ Up ทู้ จะได้มีคนเอา FW mail มาแปะที่นี่แทนการเอาไปตั้งเป็นกระทู้นะคะ

-------------


Posted By: immm
Date Posted: 02 พ.ค. 2007 at 09:28

>> > >>>> > *พ่อทำงานอาบแดดถูกแผดเผา* *ลูกดื่มเหล้าฟังเพลง ครื้นน เครงเหลือ> >>>> >

 แม่ขายผักกินข้าวเคล้ากับ เกลือ>
>> >>>>ลูกเอื้อเฟื้อพาสาวเที่ยวเลี้ยวโฮเตล> >>>> >
>>พ่อหาเงินส่งลูกเรียนเพียรอุตส่าห์>
>> >>>>ลูกติดยาคบเพื่อนชั่วมั่วให้เห็น> >>>> >
>>แม่กระหายดื่มน้ำคลองตอนกลองเพล ลูกทะเล้นจิบวายแดงแพงจับใจ> >>>> >
>>พ่ออดอยากไม่เคยบ่นทนลำบาก ลูกมักมากเพศสัมพันธ์มันชิ บหาย> >>>> >
>>แม่ทอผ้าปลูกหม่อนหารายได้ ลูกหญิงชาย เที่ยวสนุกโรคติดตัว> >>>> >
>>พ่อสูบน้ำเข้าแปลงนาปลูก ข้าวกล้า ลูกมัวเมาการพนันหมั่นหาผัว> >>>> >
>>แม่หาบน้ำ เลี้ยงเป็ดไก่ทำสวนครัว> >>>>ลูกใจชั่วใช้เงินเพลินเดินหลง
>>ทาง> >>>> > พ่อขายวัวส่งควายเรียนเวียนศรีษะ>
>> >>>>ลูกตะกะกินฟาสฟู๊ตพูดกว้างขวาง> >>>> >
>>แม่ปวดเมื่อยสู้งานหนักไม่ละวาง ลูกสำอางใช้ของแพงแข่งสังคม> >>>> >
>>พ่อผอมแห้งเรื่ยวแรงน้อยด้อยอาหาร ลูกประพฤติอันตพาลล่า เสพสม> >>>> >
>>แม่เป็นดอกทบต้นหมดอารมณ์ ลูกเขี้ยวคมฆ่า พ่อแม่ก่อนแก่ตาย> >>>> >>



-------------
http://tickers.cafemom.com">


Posted By: jittrees
Date Posted: 02 พ.ค. 2007 at 11:31

ดีจัง มีกระทู้นี้จะได้มาอ่านที่เดียว สารภาพเลยว่าเมล์พี่ไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านเท่าไหร่ มีเพียบเลยไว้จะมาลงเพิ่มให้ด้วยนะ

กรุ๊ฟ ขอให้หายเร็ว ๆ นะจ๊ะ ยังงัย 3 โลก็สวยแล้ว ว่าแต่ทำไมถึงเป็นลำไส้อักเสบ เป็นที่อาหารที่เรากินหรือเกิดจากอะไร



-------------
http://lilypie.com">
Kanklauy's Diary


Posted By: kratare
Date Posted: 02 พ.ค. 2007 at 14:15

>3. **ติดละครซะเหลือเกิน....ละครโปรดมาเมื่อไหร่**
>**นั่งติดทีวี** **ไม่ไปไหนเลย**

นึกถึงเมื่อคืนที่ดู หนูเดือนกะพี่นบ นั่งยิ้มพี่โอบอกว่าบ้า ดูละครก็ยิ้ม

ไอ้เราก็เลยบอก ที่ตัวเองดูแล้วหัวเราะ ไม่บ้ากว่าหรอ



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: Bowie
Date Posted: 02 พ.ค. 2007 at 17:23

สบายใจขึ้นหน่อย กินมาม่าต่อได้แล้วทีนี้



-------------


Posted By: Moji_Moji
Date Posted: 04 พ.ค. 2007 at 05:36
ความรู้สึกดีดี กับ ใครคนหนึ่ง

ที่มา...Forwarding mail

ขอแค่ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อ ผูกพัน

ใครสักคนที่เกิดมาคู่กับฉัน

ใครคือคนนั้นช่วยมาบอกฉันที

ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงสัก ที

ให้ฉันได้รู้จักคนคนนี้

คนที่รอคนนี้มีจริงใช่ไหม

และใครที่รอคนนี้ เขาอยู่ที่ ไหน

ไม่เคยขอให้เจอคนที่รักเราแบบตายแทนกัน ได้

ขอแค่คนที่ส่งผ่านความห่วงใย ความจริงใจ ใส่ใจ และมักคิดถึงเราเสมอ ไม่ว่าจะอยู่แห่ง ไหน



-------------
Oo.ขวัญ//โมจิค่ะ.oO

http://ticker.7910.org/eng">


Posted By: kratare
Date Posted: 05 พ.ค. 2007 at 16:47
ขจัดคราบรอยเปื้อนปากกา

ใครที่เคยทำหมึกปากกาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า แล้วซักไม่ออก วันนี้เกร็ดความรู้ขอแนะนำวิธีการขจัดคราบรอยเปื้อนปากกามาบอกก ัน...

วิธี คือ ให้เอาน้ำมันมะกอกราดตรงรอยเปื้อนให้เปียกชุ่ม และทิ้งไว้ประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วจึงซักออกด้วยน้ำสบู่ แต่ถ้าเป็นรอยหมึกจากปากกาลูกลื่น ให้ใช้น้ำมันไฟแชคราดตรงรอยเปื้อน แล้วโรยผงซักฟอกให้หนา ๆ แล้วค่อย ๆ ขยี้รอยเปื้อนนั้น น้ำหมึกก็จะจางลง ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง แล้วค่อยนำไปซักตามปกติ

เพียงเท่านี้ คราบรอยเปื้อนก็จะจางลงอย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้เสื้อผ้ากลับมาสะอาดดังเดิม.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 05 พ.ค. 2007 at 16:47
ล้างกระเพาะปลาไม่ให้มีกลิ่นน้ำมัน

คิดจะทำอาหารเมนูเกี่ยวกับกระเพาะปลาทั้งที ก็ต้องมาเจอกับปัญหากลิ่นคาวน้ำมันของกระเพาะปลาที่ติดแน่นและล ้างยาก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาฝาก...

การล้างกระเพาะปลาให้หมดกลิ่นน้ำมัน คือ เริ่มแรกให้แช่กระเพาะปลาให้นิ่มและล้างน้ำทิ้งสักหนึ่งรอบก่อน บีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นต้มน้ำร้อน แล้วนำกระเพาะปลาใส่ลงไป ตามด้วยขิงแก่หั่นเป็นแผ่น ๆ ทุบพอแตก (ให้ใส่เยอะ ๆ) ต้มไปสักพัก พอกระเพาะปลาพองตัวใช้ได้ ค่อยยกลงเทใส่ตะกร้าหรือกระชอนเพื่อเป็นการถ่ายน้ำร้อนออก แล้วล้างตามด้วยน้ำเย็นอีกสัก 2 ครั้ง แล้วบีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำ

เพียงเท่านี้ก็จะได้กระเพาะปลาที่ปราศจากกลิ่นคาวน้ำมันแล้ว.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 05 พ.ค. 2007 at 18:37

ตักบาตรตามวันเกิดจ้า

วันอาทิตย์
อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้มแกงกะทิ ฯ
อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ
ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู
ไหว้พระปางถวายเนตร (พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖
(สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ
พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ช่วงเช้าหรือเย็น ๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัว เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

วันจันทร์
อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่น ไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอด ปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด
อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ
ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใส ๆ
ไหว้พระปางห้ามญาติ (พระประจำวันเกิด) กำลังวัน เท่ากับ ๑๕
(สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี
พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรีเช่นลุก ให้สตรีนั่งบนรถเมล์
บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง

วันอังคาร
อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด
อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม
ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ
ไหว้พระปางไสยาสน์ (พระนอน) (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘
(สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก
พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น

วันพุธ (กลางวัน)
อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมูฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง
อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว
ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา
ไหว้พระปางอุ้มบาตร (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗
(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก
พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง

วันพุธ (กลางคืน)
อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก
อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน
ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม
ไหว้พระปางป่าเลไลย์ (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒
(สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด
พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด

วันพฤหัสบดี
อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า
อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้
ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา
ไหว้พระปางสมาธ ิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙
(สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว
พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล ๕ อย่าซื่อจนเกินไป

วันศุกร์
อาหารคาว ประเภทของหอม หวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม
อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก
ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม
ไหว้พระปางรำพึง (พระประจำวันเกิด )มีกำลังเท่ากับ ๒๑
(สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกิน ไอศกรีม
พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย

วันเสาร์
อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว
อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง
ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด
ไหว้พระปางนาคปรก (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๐
(สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท
พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 05 พ.ค. 2007 at 18:46

กินน้ำเย็นๆ หลังอาหาร

ลองนึกภาพตามดูนะ !!
ซี่โครงเนื้อในท้องของคุณ (หรือไก่ทอด หรืออะไรก็ตาม)
ล้วนเป็นอาหารที่มันย่อง กระเพาะและลำไส้จะทำการย่อยพวกมันก็ต้องเปลืองแรงหน่อย
ตอนนี้เทน้ำเย็นๆลงไปอีกถ้วยหนึ่ง...

เคยเห็นน้ำมันหมูในตู้เย็นมั้ย !?
คุณจินตนาการว่ากลืนไขมันที่จับตัวเป็นก้อนสีขาวเหล่านั้นลงไปใ นกระเพาะออกมั้ย !?
เมื่อกระเพาะและลำไส้ของคุณ เต็มไปด้วยน้ำมันที่จับตัวเป็นก้อนราวน้ำตาเทียนไข
ยังจะแก้เลี่ยนได้อีกมั้ย!


ถ้าหากแค่เพียงทำให้รู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านั้นก็แล้วไปเถอะ
แต่ที่สำคัญก็คือ มันสามารถทำให้คุณเป็นมะเร็งลำไส้ได้ด้วย !!


ไขมันที่จับตัวเหล่านี้ เมื่อเจอกับกรดในกระเพาะอาหาร
จะอ่อนตัวกลายเป็นสภาพกึ่งของแข็งและของเหลวที่เหนียวข้น
จากนั้นจะไหลเข้าสู่ลำไส้ก่อนอาหารที่มีสภาพเป็นของแข็งชนิดอื่ น
ดังนั้นวัตถุที่มีสภาพเป็นน้ำก็ไม่ใช่ไขมันก็ไม่เชิงและเหนียวๆ ข้นๆนี้
ก็จะถูกลำไส้ดูดซึมไปเป็นอันดับแรก
 
แต่ว่า !!
ลำไส้ไม่อาจดูดซึมกำจัดวัตถุประหลาดนี้ได้ทั้งหมด
แล้วต่อมา ผนังลำไส้จะเต็มไปด้วยคราบไขมันเหล่านี้

ก็เหมือนกับการล้างหม้อใส่น้ำแกงเนื้อในหน้าหนาว
คือไม่ว่าจะล้างยังไง ก็ยังรู้สึกมันๆลื่น
และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า
วัตถุที่ชวนอาเจียนนี้ก็จะฝังเข้าไปในผนังลำไส้
เมื่อสะสมไว้นานๆ ก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ในที่สุด !!
 
ดังนั้นรีบเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต นี้โดยเร็วเถอะ !!
รับประทานอาหารเสร็จแล้ว อย่ารีบกรอกน้ำเย็นลงไป
ทางที่ดีคือควรดื่มน้ำแกงร้อนๆ หรือน้ำอุ่นๆก็โอเคแล้ว
 
ขอบอกเรื่องชวนอาเจียนอีกอย่างหนึ่ง
ถ้าเป็นมะเร็งลำไส้แล้ว จะต้องต่อท่อเข้าไปกระเพาะ ถึงจะอุจจาระได้นะ
คุณคงไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ใช่มั้ย
รีบบอกต่อคนที่คุณรักและห่วงใย อย่าให้พวกเขาต้องต่อสายท่อเลย !!



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: Janko
Date Posted: 09 พ.ค. 2007 at 12:48
Subject: FW: ข่าวด่วน


ที่สุรินทร์ ได้มีแก๊งรถตู้ทำการจับเด็กผู้ใหญ่ควักลูกตา เอาอวัยวะภายในไปหมด แล้วโยนศพทิ้งเงินไว้
ข้างศพ ผมไปงานศพของเพื่อนมาเป็นผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบกว่า ๆ ทำงานอยู่ที่ ธกส อำเภอรัตนบุรี
มันไม่ได้เลือกเอาแค่เด็กผู้ใหญ่ ก็เอา เมื่อเดือนที่ผ่านมา สถานีตำรวจบ้านหนองเหล็กอำเภอศีขรภูมิ
จับชายต้องสงสัยได้ เนื่องจากมีเด็กหนีรอดออกมาแล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วซ้อ นแผนพาชาย
ต้องสงสัยไปที่รถตู้ที่ซุ่มอยู่ข้างทาง ปรากฏว่าภายในรถตู้มีผู้หญิง คาดว่าเป็นหมอที่คอยผ่าเอาอวัยวะ
ประมาณสี่ถึงห้าคน พูดภาษาไทยไม่ได้พูดภาษายาวี อย่างเดียวต้องใช้ล่ามแปล มีเตียงผ่าตัดภายในรถตู้
และมีตู้แช่อยู่ด้วย สอบสวนได้ความว่าพวกมันทำกันเป็นทีม มีรถตู้มาเกือบสิบคัน แยกย้ายตระเวนไปตาม
ที่ต่าง ๆ พอเห็นเหยื่อมันจะเอายาสลบใส่ผ้าขนหนูแล้วปิดที่จมูกพอสลบแล้วก ็เอามาขึ้นรถตู้เพื่อผ่าอวัยวะ
แล้วโยนศพทิ้งที่เดิม อยากให้นักข่าวไปทำข่าวบ้างเพรา ะว่าทางตำรวจปิดข่าวเงียบ แต่ว่าประชาชน
แถว ๆ นั้นไม่กล้าออกไปทำมาหากินแม้กลางวันไม่กล้าออกจากบ้าน เดี๋ยวนี้มีประกาศเตื่อนจากทาง
จังหวัดหากผู้ใดพบเห็นวัตถุต้องสงสัย หรื่อสิ่งผิดปกติให้แจ้งตำรวจทันที แต่ทางตำรวจยังปิดข่าวเงียบ
ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้เหตุการณ์ ถ้าท่านอยากรู้ข้อมูลเป็นจริงหรื่อไม่ ให้ติดต่อสอบถาม สถานีตำรวจตำบล
หนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ หรือสอบถามบุคคลในพื้นที่ อำเภอศีขรูมิ รัตนะบุรี สนม กิ่ง
ขวาวสินรินทร์ ท่านอาจจะทราบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง



-------------
^o^


Posted By: PinkPlanet
Date Posted: 09 พ.ค. 2007 at 13:08

ไม่รู้เคยมีใครแปะยัง พอดีพึ่งได้มาจ้ะ

ความสุขอยู่ที่ใด

ธามาดา

           ฉันไม่มีความสุข...

 

           ฉันไม่ชอบงานที่ฉันทำ   เพราะมันน่าเบื่อและไม่มีที่สิ้นสุด

           ฉันไม่ชอบเจ้านาย   เพราะเขาไม่เคยคิดหรือทำอะไรเองนอกจากชี้นิ้วสั่งกับดุด่าฉันเท ่านั้น

           ฉันไม่ชอบเช้าวันจันทร์   เพราะเป็นวันที่ฉันรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ตื่นขึ้นมาเผชิญโลก ที่โหดร้าย  แต่ละสัปดาห์ของการทำงานดูราวกับการคืบคลานไปท่ามกลางสนามรบ

           ฉันไม่ชอบเช้าวันอังคาร   เพราะเป็นวันที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งทำงานไปได้วันเดียวยังม ีอีกหลายวันที่โหดร้ายรออยู่

           ฉันไม่ชอบเช้าวันพุธ   เพราะเป็นวันที่ฉันเริ่มตื่นขึ้นมาพร้อมกับความล้าและพบว่าเวลา เพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งทางเท่านั้น

           ฉันไม่ชอบเช้าวันพฤหัสบดี   เพราะเป็นวันที่ฉันเหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดหลายวัน  แต่ทุกอย่างก็ยังคงดำเนินต่อไป  พรุ่งนี้ก็ยังต้องทำงาน

           ฉันไม่ชอบเช้าวันศุกร์   เพราะฉันเหนื่อยจนแทบลุกจากเตียงไม่ไหวแล้วแต่ก็ยังต้องลุกไปทำ งาน

           ฉันไม่ชอบเช้าวันเสาร์   เพราะฉันอยากตื่นสายๆ  แต่กลับมีเด็กบ้านใกล้ๆวิ่งเล่นเสียงดังจนต้องตื่นแต่เช้า

           ฉันไม่ชอบเช้าวันอาทิตย์   เพราะฉันจะถูกปลุกแต่เช้าเช่นกันด้วยเสียงเครื่องดูดฝุ่นกับเสี ยงตัดต้นไม้และเครื่องตัดหญ้าชองเพื่อนบ้าน

           ฉันไม่ชอบวันหยุดนักขัตฤกษ์   เพราะมันทำให้ร้านรวงในกรุงเทพฯปิด จะซื้อหาอะไรก็ยาก จะออกไปต่างจังหวัดคนก็มาก  ฉันเคยเห็นรถติดบนยอดเขาห่างไกลในวันสิ้นปีมาแล้ว

           ฉันไม่ชอบรถติด   เพราะมันทำให้ฉันถึงที่ทำงานช้า

           ฉันไม่ชอบรถเมล์   เพราะฉันต้องยืนเบียดกับคนแปลกหน้าและร้อนอบอ้าว

           ฉันไม่ชอบบ้านเช่าที่ฉันอยู่   เพราะมันคับแคบแออัด เปิดหน้าต่างออกไปเห็นแต่ตึกบังท้องฟ้า

           ฉันไม่ชอบบ้านเดิมที่ต่างจังหวัด   เพราะมันห่างไกลมากและมีแต่ความกันดาร

           ฉันไม่ชอบนิยายน้ำเน่า   เพราะมันไม่เคยให้แง่คิดหรือช่วยพัฒนาจิตใจของเราให้ดีขึ้นเลย

           ฉันไม่ชอบหน้าร้อน   เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกอบอ้าวและหงุดหงิดทั้งวัน

           ฉันไม่ชอบหน้าฝน   เพราะมันทำให้ฉันเปียกแฉะ เดินทางลำบาก ตากผ้าก็ไม่แห้ง

           ฉันไม่ชอบหน้าหนาว   เพราะมันทำให้ฉันเป็นหวัดและไม่มีชีวิตชีวา

           ฉันไม่ชอบมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนจบมา   เพราะมันไม่ค่อยมีชื่อเสียง ทำให้ฉันหางานทำลำบาก

           ฉันไม่ชอบคนรักของฉัน   เพราะเขาเป็นคนขวานผ่าซาก ไม่โรแมนติก ไม่เอาอกเอาใจฉันเลย

           ฉันไม่ชอบกรุงเทพ   เพราะที่นี่มีแต่ความเบียดเสียด ทุกอย่างเร่งรีบและดิ้นรนผู้คนเห็นแก่ตัว

 

           ฉันไม่มีความสุข...

           ความสุขอยู่ที่ไหนกัน...

 

           ............................................................ ...........................................................

 

 

           วันหนึ่งฉันยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แม่ลูกคู่หนึ่งนั่งรอรถอยู่ใกล้ๆ ผ่านไปสักพักอยู่ๆลูกชายวัยซนของหญิงคนนั้นก็ชี้นิ้วขึ้นไปบนท้ องฟ้าและบอกกับแม่ “แม่หมาอยู่บนฟ้า”

           “ไหนลูก” แม่ขมวดคิ้วแล้วโน้มตัวมองตามลูก “อ๋อ เมฆน่ะเหรอลูก ดูเป็นหมายังไงนะ”

           “นี่ไงแม่ ตรงที่ยื่นๆออกมานี่เป็นหัวหมา นี่หูมัน มีขาหน้าด้วย”

           “แล้วขาหลังล่ะลูกไม่เห็นมีเลย”

           “มันกระโดดออกจากปุยนุ่น ขาหลังมันเลยจมในปุยนุ่น” เด็กชายว่า

           ฉันหันไปมองเมฆก้อนนั้นตามด้วนความอยากรู้อยากเห็นแล้วก็ต้องขม วดคิ้วมันเป็นแค่ก้อนเมฆสีขาวไร้รูปทรงธรรมดารูปหนึ่งเท่านั้นเ อง ไม่ได้มีความเหมือนกับหมาตรงไหนเลย ฉันยักไหล่แล้วหันไปชะเง้อมองรถเมล์บนถนนตามเดิม เสียเวลาฟังเจ้าเด็กฟุ้งซ่านจริงๆ

           “เหรอ...แต่แม่ว่ามันดูเหมือนกับยีราฟนะลูก เห็นมั้ย คอมันยาวเป็นยีราฟเลย หูชี้ด้วย”

           “ไม่ใช่นะแม่ ยังเป็นหมาอยู่ หมาคอยาวๆโอ๊ยๆๆทำไมขามันหายไปแล้วล่ะ”

           “ข้างบนลมคงพัดแรงน่ะลูก เมฆมันเป็นแค่ไอน้ำที่ลอยในอากาศและจับตัวกันเป็นก้อน พอลมพัดมันก็เปลี่ยนรูปร่างเหมือนกันตอนที่ลูกเป่าควันในชามก๋ว ยเตี๋ยวร้อนๆไงจ๊ะ”

           ฉันเงยหน้ามองก้อนเมฆไอน้ำสีขาวบนทั้งฟ้าอีกครั้ง ฉันมองอย่างไรก็เห็นเป็นเพียงแต่เมฆธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่แม่ลูกคู่นั้นเห็นเป็นสัตว์ต่างๆมากมาย ทำไมของสิ่งเดียวกันแต่คนสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันกลับมองไม่เหม ือนกัน หรือว่ามาลูกคู่นี้เห็นในสิ่งที่ฉันไม่เห็น...

          

           บนรถเมล์ที่ฉันโหนไปทำงาน เด็กนักเรียนสองคนใกล้ๆ กำลังพูดถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

           “ทำไมแกรีบอ่านหนังสือคร่ำเคร่งนัก กว่าจะสอบก็ปีหน้าไม่ใช่เหรอ”

           “ต้องรีบอ่านสิ อีกแค่ปีเดียวพวกเราต้องสอบแล้วนะ นี่อ่านแทบไม่ได้นอนมาหลายเดือนแล้ว”

           “เหรอ...”

           “แล้วแกล่ะ ทำไมจนป่านนี้ยังไม่อ่านหนังสือสักที”

           “ไม่ต้องรีบหรอก อีกตั้งปีกว่าจะถึงวันสอบ”

           ฉันมองตามหลังเด็กทั้งสองขณะที่พวกเขาเดินลงจากรถหน้าโรงเรียน นับว่าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคนสองคนที่มองสิ่งเดียวกันต่างออ กไป คนหนึ่งมองอย่างเป็นทุกข์ อีกคนมองอย่างไม่ทุกข์ หรือว่าทุกสิ่งรอบตัวสามารถมองได้สองแบบจริงๆ แบบเดียวกับที่ฉันมองสองด้านของเหรียญหรือมองแก้วน้ำที่มีน้ำเห ลืออยู่ครึ่งแก้ว

 

           แล้วที่ฉันไม่มีความสุขอยู่ทุกวันนี้เกิดจากการมองของฉันใช่หรื อไม่...

 

           เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านมานั่งพักที่ระเบียง แมวดำตัวหนึ่งกำลังพยายามจะมาคุ้ยหาขยะในถุงดำที่มัดกองไว้หน้า บ้าน แต่แรกฉันทำท่าจะถอดรองเท้าขว้างใส่แบบที่เคยทำมา แต่พอคิดไปอีกทางว่าการเกิดเป็นแมวจรจัดไร้เจ้าของและที่ซุกหัว นอนนั้นก็แย่พออยู่แล้ว ยังต้องมาคุ้ยขยะหาอาหารประทังชีวิตให้รอดแล้วยังถูกคนขับไล่อี กไปที่ไหนก็มีแต่คนไม่ต้อนรับเอ็นดู

           ฉันลองเปลี่ยนความคิดดู หันหลังเดินเข้าครัว หยิบไส้กรอกอีสานและแฮมในตู้เย็นออกมาอุ่นเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดประตูบ้านออกไป แมวดำยังอยู่ที่กองขยะหน้าบ้าน แสงจากเสาไฟฟ้าที่ส่องสลัวลงมาถึงตัวของมันทำให้มองดูเหมือนกับ ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก ฉันส่งเสียงเลียนแบบแมวดังเมี้ยวๆ จนมันหันมามอง

           “กินซะนะ อยู่ด้วยกันมานานฉันเพิ่งจะมาใจดีวันนี้แหละ”

           แมวตัวนั้นค่อยๆเดินมาอย่างกล้าๆกลัวๆจนมาหยุดใกล้ๆฉันจึงวางไส ้กรอกอีสานกับหมูแฮมลงบนพื้น แมวจรจัดส่งเสียงร้องเหมียวๆขณะก้มลงดมอาหารมื้อพิเศษนั้น ในที่สุดมันก็กินอย่างเอร็ดอร่อยทีเดียว

           ฉันยืนกอดอกมองภาพแมวที่กำลังกินอาหารที่ฉันหามาให้อย่างมีความ สุข เพิ่งได้รู้กับตัวเองว่าการไล่แมวกับการให้อาหารแมวนั้นมันให้ค วามสุขทางใจที่แตกต่างกันมากกขนาดนี้เอง

           ต่อจากนี้ไปฉันจะมีความสุข...

 

           ............................................................ .............................................

 

           ฉันชอบงานที่ฉันทำ  เพราะมันให้โอกาสฉันได้แสดงฝีมือทำงานเพื่อส่วนรวมและมีรายได้ม าเลี้ยงตัวเอง งานทั้งหลายนั้นดูช่างท้าทายฉันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

           ฉันชอบเจ้านาย   เพราะเขาให้โอกาสฉันคิดและตัดสินใจลงมือทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองโ ดยพยายามตัดเตือนแนะนำเมื่อฉันทำงานผิดพลาด

           ฉันชอบเช้าวันจันทร์   เพราะเป็นวันที่ฉันรู้สึกเหมือนทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งสั ปดาห์นี้จะต้องดีกว่าสัปดาห์ที่แล้ว

           ฉันชอบเช้าวันอังคาร   เพราะเป็นวันที่ฉันเพิ่งทำงานไปได้วันเดียว ยังมีอีกหลายวันที่สนุกสนานรออยู่ เพื่อนที่ทำงานยังรอฉันอยู่

           ฉันชอบเช้าวันพุธ   เพราะเป็นวันที่ฉันเริ่มตื่นขึ้นมาพร้อมความล้าเล็กน้อยและพบว่ าเวลาผ่านไปครึ่งทางแล้ว ฉันจะรีบทำงานในเวลาที่เหลือให้ดีที่สุด อีกไม่นานฉันจะได้พักผ่อนวันหยุดแล้ว

           ฉันชอบเช้าวันพฤหัสบดี  เพราะเป็นวันที่ฉันเห็นความคืบหน้าของงานในสัปดาห์นี้มากมาย หากฉันไม่จัดการงานพวกนี้ บริษัทและทุกคนในบริษัทคงลำบากมากฉันรู้ว่าฉันมีส่วนร่วมในการผ ลักดันบริษัทของฉัน

           ฉันชอบเช้าวันศุกร์   เพราะฉันจะให้กำลังใจตัวเองว่านี่คือวันทำงานวันสุดท้ายแล้วฉัน จะจัดการทุกสิ่งไม่ให้คั่งค้างเพื่อให้พรุ่งนี้และมะรืนนี้เป็น วันหยุดที่แสนสบาย

           ฉันชอบเช้าวันเสาร์   เพราะฉันจะตื่นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของเด็กบ้านใกล้ๆที่กำลัง วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ฟังดูสดชื่นมีชีวิตชีวา จากนั้นฉันจะเริ่มทำความสะอาดบ้านและมองดูบ้านที่สะอาดขึ้นทีละ น้อยอย่างภูมิใจ

           ฉันชอบเช้าวันอาทิตย์   เพราะฉันจะตื่อนแต่เช้าเช่นกันเพื่อเตรียมหุงหาอาหารใส่บาตรพระ ที่ผ่านมาหน้าหมู่บ้าน จากนั้นฉันจะไปซื้อของและกลับมาพักผ่อนที่บ้าน รอคอยสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

           ฉันชอบวันหยุดนักขัตฤกษ์   เพราะมันทำให้ฉันมีเวลาส่วนตัวให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

           ฉันชอบรถติด   เพราะมันทำให้ฉันเพลิดเพลินกับการฟังเพลงวิทยุช่องโปรดและเหม่อ มองสิ่งต่างๆรอบตัวนานขึ้น

           ฉันชอบรถเมล์   เพราะฉันมองเห็นคนมากมายที่กำลังร่วมทางกันอยู่บนรถคันเดียวกัน แต่ละวันที่ได้พบกับผู้คนบนรถเมล์ฉันมักจะได้แง่คิดดีๆ จากการเงี่ยหูฟังพวกเขาคุยกันอยู่เสมอ

           ฉันชอบบ้านเช่าที่ฉันอยู่   เพราะมันดูกะทัดรัดดูแลทำความสะอาดได้ง่าย มีเพื่อนบ้านมากมายคอยช่วยเป็นหูเป็นตาให้

           ฉันชอบบ้านเดิมที่ต่างจังหวัด   เพราะมันห่างไกลจากความวุ่นวายในเมืองหลวง และฉันมักจะกลับไปพักผ่อนเติมพลังอยู่เสมอเมื่อเหนื่อยล้าจากกา รใช้ชีวิตในเมือง

           ฉันชอบนิยายน้ำเน่า   เพราะมันทำให้ฉันผ่อนคลายและได้ล่องลอยไปในโลกความฝันบ้างหลังจ ากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

           ฉันชอบหน้าร้อน   เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกถึงชีวิตชีวารอบข้าง เสียงแมลงต่างพากันร้อง นกต่างพากันบินออกหากิน ดอกไม้เบ่งบาน

           ฉันชอบหน้าฝน   เพราะมันช่างดูอบอุ่นชุ่มเย็น การเฝ้ามองต้นไม้เขียวขจีต้องลมฝนจากใต้ชายคาบ้านฉันเป็นภาพที่ สวยงามจริงๆ

           ฉันชอบหน้าหนาว   เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเย็นสบาย ได้หยิบเสื้อหนาวสวยๆในตู้ออกมาใส่จะเดินออกไปไหนมาไหนก็กระชุ่ มกระชวย นอนหลับก็สบายไม่ต้องเปิดพัดลม

           ฉันชอบมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนจบมา   เพราะมันไม่ค่อยมีชื่อเสียง หากฉันทำงานของฉันจนประสบความสำเร็จฉันจะกลายเป็นบุคคลที่สร้าง ชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยของฉันจะเป็นที่ยอมรับของทุกคน

           ฉันชอบคนรักของฉัน   เพราะเขาเป็นคนจริงใจพูดตรงไปตรงมา ไม่มีมารยา และทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะเอาอกเอาใจเธอ

           ฉันชอบกรุงเทพ   เพราะที่นี่มีผู้คนมากมาย และมีบทเรียนใหม่ๆ ที่จะคอยสอนใจฉันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เหมือนกับที่มันเคยสอนฉันให้มองโลกอย่างมีความสุขมาแล้ว

           ฉันมีความสุข...

           ความสุขอยู่ในทุกหนแห่งและอยู่ที่ตัวฉันเอง...อยู่ที่ฉันจะตั้ง ใจมองหามันในทุกสิ่งรอบข้างเองหรือไม่เท่านั้น...

 

 

การ์ตูน ขายหัวเราะ

ฉบับประจำวันพุธที่ 14-20 กุมภาพันธ์ 2550

          

 

 



-------------
http://pinkplanet.diaryclub.com - Di


Posted By: groof
Date Posted: 10 พ.ค. 2007 at 16:53
กิน...แบบไหน... ใช่เลยตัวคุณ (แม่นมากถึงมากที่สุด)

หากนึกถึงเรื่องที่จะทำให้คุณเอ็นจอยกับชีวิตสักเรื่องหนึ่ง
หนึ่งในลิสต์น่าจะมีเรื่องรับประทานหรือเรียกง่าย ๆ ว่า
“ กิน ”
รวมอยู่ในลิสต์นั้นด้วย หลาย ๆ คนมีความสุขกับการกินมากพอ ๆ
กับการทำกิจวัตรอย่างอื่นก็ว่าได้ หากไม่นับเรื่องศาสตร์และศิลป์ในการกิน
การกินก็ไม่ใช่แค่สักแต่ว่ากิน กิน กิน เพื่ออิ่มและประทังชีวิตอย่างเดียว
แต่ลักษณะการกินเลยไปจนถึงอาหารที่เรากิน
ยังสามารถบ่งชี้คาแรกเตอร์และตัวตนของคุณได้ด้วย ...


อยากรู้แล้วใช่มั้ยว่าคุณกินแบบไหน แล้วจะบอกได้ว่าใช่เลย....นี่แหละตัวคุณ
อย่า....ช้า อย่าช้า ลงมือทำกันเลย


1.
ถ้าคุณจำเป็นต้องอยู่บ้านคนเดียวและต้องทำอาหารกินเองเพื่อประท ังชีวิต
คุณคิดว่าเมนูไข่สูตรไหนที่คุณคิดจะทำ

ก. ไข่ดาวขอบกรอบเนื้อนุ่ม
ข. ไข่เจียวฟู ๆ
ค. ไข่ต้มยางมะตูม
ง. ไข่ยัดไส้กลิ่นหอมฉุย
จ. ไข่ลวกครึ่งดิบครึ่งสุก


2.
ไม่ว่าจะอาหารจานไหน ๆ รับรองได้รสชาติสูตรเด็ดสะระตี่ของคุณต้องเป็นแบบนี้
ก. สูตรเด็ด เผ็ด สะใจ
ข. เปรี้ยว จี๊ดจ๊าด แซ่บลิ้น
ค. ออกหวาน ๆ หน่อย
ง. เค็มนิด ๆ กำลังดี
จ. ออกจืดสักหน่อย แต่รับรองไม่ชืดแน่


3.
เครื่องดื่มชนิดใดที่คุณต้องสั่งเสมอไม่ว่าวันนั้นอากาศจะร้อนอ บอ้าวหรือเย็นยะเยือกเหมือนอยู่ท่ามกลางหิมะ
ก. น้ำผลไม้
ข. น้ำชา
ค. กาแฟ
ง. น้ำหวาน
จ. น้ำอัดลม


4.
ในงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงสุดไฮโซ เครื่องดื่มที่มักจะติดมือคุณเสมอคือ
ก. เหล้ารสดี
ข. บรั่นดีชื่อดัง
ค. เบียร์ดังนุ่มลิ้น
ง. ค็อกเทลสีสวย
จ. ไวน์รสชาตินุ่ม


5.
เมื่อถึงฤดูกาลผลไม้ทีไร ผลไม้ชนิดใดที่คุณไม่เคยพลาดที่จะลิ้มลองรสชาติสักที
ก. ลิ้นจี่
ข. ลำไย
ค. เงาะ
ง. กระท้อน
จ. ลองกอง


6.
แล้วถ้าเดินเข้าไปในงานเลี้ยงล่ะ ผลไม้ที่วางเรียงรายสวยงามอยู่บนโต๊ะ
ผลไม้ชนิดไหนกันที่คุณจะจับจองมาเป็นเจ้าของ

ก. กล้วย
ข. แตงโม
ค. ฝรั่ง
ง. ชมพู่
จ. มะละกอ


7.
เข้าร้านก๋วยเตี๋ยวทีไร ต้องสั่งเส้นแบบนี้ทุกทีสิน่า
ก. เส้นใหญ่
ข. เส้นเล็ก
ค. เส้นหมี่
ง. เส้นบะหมี่
จ. เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป


8.
ของหวานแสนอร่อยอย่างช็อกโก แลตประเภทไหนที่คุณเห็นแล้ว ยั้งใจไม่ได้สักที
ก. ช็อกโกแลตจะอร่อยต้องมีรสขมนิด ๆ
ข. ขอช็อกโกแลตแบบที่มีสอดไส้
ค. ช็อกโกแลตต้องรสนม อร่อยที่สุด
ง. ช็อกโกแลตเวเฟอร์เด็ดสุด
จ. ช็อกโกแลตรสมิ้นท์ ไม่เลี่ยน


9.
ไม่ว่าจะนั่งอยู่ท่าใด เวลากินอาหาร คุณมักจะ
ก. อันดับแรกตักของโปรดก่อนเลย
ข. ตักคำแรกก็ตกกลางนั่นแหละ
ค. เขี่ยของที่ไม่กินไปไว้ข้างจานก่อนเลย
ง. ชอบเริ่มไล่กินมาจากขอบจานก่อนทุกที
จ. ของอร่อยเหลือไว้คำสุดท้าย

 
 
 
 
คะแนน

ข้อ
1. ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. 5

ข้อ
2. ก. 5 ข. 3 ค. 1 ง. 2 จ. 4

ข้อ
3. ก. 3 ข. 4 ค. 5 ง. 1 จ. 2

ข้อ
4. ก. 1 ข. 5 ค. 2 ง. 3 จ. 4

ข้อ
5. ก. 4 ข. 5 ค. 2 ง. 1 จ. 3

ข้อ
6. ก. 3 ข. 1 ค. 4 ง. 2 จ. 5

ข้อ
7. ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. 5

ข้อ
8. ก. 5 ข. 3 ค. 2 ง. 4 จ. 1

ข้อ
9. ก. 2 ข. 5 ค. 3 ง. 4 จ. 1
 
 
 
 
 
 
 
9-18 คะแนน
คุณจัดว่าเป็นคนกระตือรือร้นใช้ได้ อยากรู้อยากเห็นไปหมด ชอบความท้าทาย
มีเรื่องอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ขอให้บอกมีอันเป็นต้องลองเสมอไปสิน่า
แต่อีกด้านหนึ่งคุณก็จัดว่าเป็นคนช่างฝันเหมือนกันนะ ชอบผูกมิตรกับคนทั่วไป
อยู่ที่ไหนใครก็รัก เป็นคนที่มีความพยายามสุด ๆ
จะทำอะไรสักอย่างก็ต้องมีการเตรียมตัว วางแผนไว้พอสมควร
คุณเป็นคนใจกว้างประเภทใจถึงพึ่งได้ ประมาณว่าช่วยใครก็ให้ใจเต็มร้อย
แต่ข้อเสียของคุณก็คือไม่หนักแน่นก็เท่านั้นเอง


19-27
คะแนน
อารมณ์ดี ร่าเริงคือเสน่ห์ของคุณ ใครอยู่ใกล้ ๆ
มักจะได้เห็นแต่รอยยิ้มของคุณเสมอ
เพราะคุณใช้รอยยิ้มเป็นประตูเปิดกว้างสำหรับมิตรใหม่ คุณเป็นคนร่ำรวยอารมณ์ขัน
แต่ขี้เกรงใจเป็นสุด ๆ เรื่องความรับผิดชอบคุณก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร
เพราะคุณเป็นคนประเภทเต็มที่กับสิ่งที่ทำ
และก็ไม่แปลกถ้าคุณจะหวังผลจากการกระทำนั้นบ้าง ก็เพราะไหน ๆ ทุ่มสุดตัวแล้ว
ผลตอบกลับมันก็น่าจะดีใช่ไหมล่ะ ส่วนข้อดีของคุณก็อยู่ตรงที่ ไม่ค่อยยึดติด
โกรธง่ายหายเร็วไงจ๊ะ


28-36
คะแนน
เสียงหัวเราะปนด้วยความเฮฮา นั่นคือสิ่งที่ตามมากับคุณ
คุณเป็นคนสมัยใหม่เปิดรับอะไรได้หมด เป็นคนที่เป็นไปตามกระแส ชอบความมีสีสัน
และกิจกรรมที่ออกแนวโลดโผนผจญภัย แต่ตัวคุณไม่ได้แกร่ง
อย่างภาพที่ใคร ๆ เห็นหรอกนะ คุณน่ะออกจะขี้เหงาด้วยซ้ำ
แต่ไม่มีใครมองเห็นเพราะคุณเป็นคนเก็บอาการ
คุณเลยชอบที่จะอยู่ในวงเพื่อนหรือคนหมู่มาก มากกว่าอยู่คนเดียว
อีกอย่างถึงแม้คุณจะเป็นคนที่เบื่ออะไรได้ง่าย ๆ
แต่ข้อดีก็คือคุณมักจะกระตือรือร้น หาอะไรใหม่ ๆ มาทำแก้เซ็งอยู่เสมอ


37-45
คะแนน
คุณเป็นคนโรแมนติก ถ้าจะมองหาใครสักคน คุณก็จะมองคนที่ดูแล้วอบอุ่น พึ่งได้
ไว้ใจได้ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข
คุณเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับชีวิตและละเอียดอ่อนกับทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องอะไรก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เรื่องที่อ่อนไหวง่าย ต้องยกนิ้วให้เลย
คุณเป็นคนประเภทพวกมีอุดมการณ์หรือพวกอนุรักษ์นิยมประมาณนั้น
ทำอะไรต้องมีหลักการ
เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำหรือจะเรียกว่าเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง ก็ได้
คุณเป็นคนเก็บอารมณ์ไม่เก่ง แต่ก็มีน้ำใจไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน.


-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: ao_keng
Date Posted: 10 พ.ค. 2007 at 23:32

ขอโทษนะจ้ะ เพิ่งเห็นมีทู้Fw-Mail โดยเฉพาะ อ้อก็ดันหลงไปติดไว้ ที่ทั่วไปสรรหามา เฉิ่มชะมัด

http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=5620&PN=1 - http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=5620&PN=1

เวลาเพื่อนๆไปซื้อเสื้อผ้าก็ ต้องมีการลอง ชุด  กันก่อนใช่ไหมครับ โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ
ทีนี้มัก  จะมีข่าวออกมาว่า มีการใช้กล้องขนาด เล็ก "แอบถ่าย"ในห้องลองเสื้อของสุภาพสตรี

วันนี้ผมมีวิธีป้องกัน คือว่าให้พี่และ  เพื่อนๆใช้โทรศัพท์มือถือ
โทรออกไปหาใครก็ได้  ถ้าหากว่าโทรติดก็แสดงว่าไม่มีกล้องซ่อนอยู่ครับ

แต่ในทางตรงข้ามถ้าหากว่าโทรไปหาใครต่อใครแล้วก็ไม่ติดสักทีทั้ งๆที่  คลื่นก็เต็มอยู่นั่นแสดงว่า
มี กล้องซ่อนอยู่   ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าคลื่นของโทรศัพท์ถูกรบกวนโดยคลื่นของกล ้องที่ส่งไปยังเครื่องรับครับ

มีเพื่อน ส่งข้อมูลมาให้ ก็ลองทำดูก็แล้วกันนะครับ ระวังตัวด้วยนะ อย่าประมาทก็แล้วกัน  ทุกๆ คนเป็นห่วง
คุณอาจจะกลายเป็นดาราหนัง Xที่เค้า  netต่อๆกันทั่วเมือง  
ถ้ามีเวลาก็ช่วยส่งให้เพื่อนหรือใครก็ ได้อ่านด้วยนะ จะดีมากๆ เลย Thank you ครับ  



Posted By: groof
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 09:53

อุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์ยี่ห้อดัง

อูยยยยยยย ดูแล้ว หวาดเจี๊ยว เอ้ย หวาดเสียว



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: tassajan
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 09:57

น้องคนนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ



-------------


Posted By: Aumjang
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 10:20


-------------
AUM


Posted By: Aumjang
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 10:22


-------------
AUM


Posted By: Aumjang
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 10:28
เดี๋ยวไว้มาแปะต่ออีกตั้ง20วิธีแนะ

-------------
AUM


Posted By: Aumjang
Date Posted: 11 พ.ค. 2007 at 14:28

อัพ อัพ ทู้  ต่ออีก10ข้อนะ



-------------
AUM


Posted By: groof
Date Posted: 12 พ.ค. 2007 at 10:02
ทำไม บักเดช
ถึงพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยวผับ.. ทีละ 18 คน...

ก็เพราะหน้าผับ ......เขาประกาศไว้ว่า ..ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะสิ (!!)

------------

* บักเดช..ไปร้านขายทีวี.. ! ถามคนขายว่า

"ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า?

คนขายตอบว่า.."มี"

บักเดชเลยบอกว่า ......"งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง" (!!)

------------

บักเดช..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย

เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่

บักเดชถามอาอึ้มว่า

"อึ้ม.. **ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร"

อึ้มตอบว่า "กระติกน้ำไง ..(**ฟาย)"

"แล้วมันทำอะไรได้มั่ง"

"ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน ......ใส่ของเย็น-ก็เย็นนาน".

บักเดช..เห็นว่าน่าสนใจ......เลยตกลงซื้อมาอันนึง

เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส

บักเดช..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน......

ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ

หัวหน้าบักเดชเห็นเข้า..เลยถามขึ้น

"อะไรนั่นน่ะ..บักเดช"

"กระติกน้ำครับ"

"แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ"

"ก็ใส่ของร้อน..ก็เก็บความร้อนได้

หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้"

หัวหน้าเลยถามว่า..

"แล้วใส่อะไรมาล่ะ"

บักเดชยืด..ก่อนจะตอบว่า..

"กาแฟร้อน 2 แก้ว.. กับไอติม 1 ถ้วยครับ" (!!)

--------------

ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ

บักเดช..จะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้นฉบับ

เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกดผิดรึเปล่า (!!)

--------------

บักเดช..จะยิ้มทุกครั้ง......ที่ฟ้าผ่า

เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่ !!)

-------------
รู้ป่าวว่า...ทำไมบักเดช..ถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน 911)..ไม่ได้

ก็เพราะ.....เขาหาเบอร์ 11 (สิบเอ็ด) .......บนแป้นไม่เจอน่ะสิ (!!)

-----------------

บักเดช..เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง

เล่นไปซักพัก..ก็เจอปัญหา

บักเดช..เลยลองกดที่ HELP บนแป้น F1

ผ่านไปพักใหญ่... บักเดชหงุดหงิดมาก

เลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา

"ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหา

แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย"

คนขาย : "(**...)" (!!)

วันรุ่งขึ้น

บักเดช : เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณนี่ห่วยมากอีกแล้วน่ะ

ผมเสียเงินซื้อไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ หน่ำซ้ำ

พอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้เรื่อง

ผู้จัดการ : มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้ค่ะ

( เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัวจะถูกลูกค้าด่ากลับ )

บักเดช : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ ของคุณน่ะ รายงานผลว่า
“ ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป“
ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง

ผู้จัดการ : บอกว่า เธอก็ไม่รู้ว่า ไอ้ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ปเนี่ยมันคืออะไร

ช่วงนั้นก็น้ำตาเกือบไหล เพราะกะว่าถ้าตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้

ต้องถูกไล่ออกแน่เลยตู

จนกระทั่ง.....

ผู้จัดการ : คุณลองสะกดคำว่า " ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป " หน่อยสิคะ

ว่าสะกดอย่างไร

บักเดช : S - E - T - U-P - S - E - T - U - P

ผู้จัดการ : คุณนี่ สุดยอด จริง ๆ อ่านได้งัย ซีตุ๊ป
– ซีตุ๊ป 555!
-------------

บักเดช..ไปหาหมอ...ในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว

หมอถามว่า..

"ไปโดนอะไรมาครับ"

บักเดชตอบว่า..

" ผมกำลังรีดผ้าอยู่.. แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

แต่แทนที่จะหยิบโทรศัพท์มาพูด

ผมดันเผลอ..เอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ"

"โอ้ว..เดียร์"

หมออุทานเป็นภาษาฝรั่ง..ด้วยความเวทนา

"แล้วหูอีกข้าง..ทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ"

..หมอถามต่อ

"ก็**บ้านั่น...เสือ_ โทร.กลับมาอีกรอบ..อ่ะดิหมอ" (!!)

---------------
* หลังจาก...ใช้ความพยายาม..ต่อจิ๊กซอว์อยู่น

ในที่สุด..บักเดชก็ต่อเสร็จ

เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ

"เป็นไง ......เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5

เดือนเองนะโว้ย"

เพื่อนบักเดชงง..ที่เขากล้าอวด

" 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..!

โคตรนานเลยนะนั่น"

"แกนี่ไม่รู้อะไร"

บักเดช..ไม่ยอมลดละ

"ดูที่กล่องนี่ ......เห็นมั้ย ...มันบอกว่า...

"สำหรับ 4-7 ปี"

แต่..ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย..(!!)


-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: kratare
Date Posted: 13 พ.ค. 2007 at 08:13
 ขำของกรุ๊ฟอ่ะ ตลกเตารีดด

-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 13 พ.ค. 2007 at 08:14
ประโยชน์ของการดื่มนมเปรี้ยว

ใครที่ชอบดื่มนมเปรี้ยว รู้ถึงประโยชน์ของนมเปรี้ยวกันหรือไม่ วันนี้เกร็ดความรู้มีมาบอกกัน...

การดื่มนมเปรี้ยว จะได้รับกรดแลคติก ที่เกิดจากการหมักตัวของจุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสได้ดียิ่งขึ้น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสีย ที่กระเพาะมีปริมาณความเป็นกรดลดลง ทำให้อาหารไม่สามารถย่อยได้ดี

การดื่มนมเปรี้ยวจะช่วยปรับสภาพของกระเพาะอาหารให้เป็นกรดขึ้น และทำให้การดูดซึมอาหารดีขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้เชื้อโรคตัวอื่น ๆ รุกล้ำเข้าไปในระบบย่อยอาหาร และนอกจากนี้จุลินทรีย์ที่เติมในนมเปรี้ยวยังมีส่วนช่วยในการขั บถ่ายอีกด้วย

การดื่มนมเป็นสิ่งที่ดี ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายครบถ้วน ดังนั้นการดื่มนมเปรี้ยวจึงต้องพิจารณาวัตถุดิบที่นำมาผลิต รวมทั้งราคาเมื่อเทียบกับปริมาณของอาหาร และสารอาหารที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ถ้าคิดจะบริโภคเป็นอาหารว่าง เพื่อเป็นการเปลี่ยนรสชาติบ้างคงไม่เป็นไร

รู้อย่างนี้แล้ว ลองหันมาดื่มนมเปรี้ยว เพื่อสุขภาพที่ดีกันดีกว่า.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: kratare
Date Posted: 13 พ.ค. 2007 at 08:14
เคล็ดลับเช็ดกระจกให้สะอาด

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้กระจกสกปรกได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเคล็ดลับการเช็ดกระจกให้สะอาดมาฝากกัน...

- แอมโมเนียหรือเรียกอีกอย่างว่า "เยี่ยวอูฐ" หยดลง 2-3 หยด ผสมกับในน้ำครึ่งถัง ใช้ล้างกระจกเงาและกระจกหน้าต่าง จะเป็นเงางามไม่สกปรกง่าย

- นำเกลือผสมกับน้ำ คนให้ละลาย ใช้ล้างสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนจากกระจกได้ง่าย

- โซดาที่ใช้ทำขนม (โซดาไบคาร์บอเนต) สามารถนำมาทำความสะอาดกระจกได้ จะช่วยให้กระจกดูใสมากขึ้น

- แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำอย่างละเท่า ๆ กัน ราดบนแผ่นหนังสือพิมพ์ ใช้ขัดกระจกเป็นเงางาม

- นำกระดาษหนังสือพิมพ์ขยุ่มชุบน้ำเช็ดกระจก จะใสสะอาดกว่าใช้สบู่หรือผงซักฟอก และใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกได้ และเวลาทำความสะอาดหน้าต่างให้เช็ดสลับกัน ด้านหนึ่งใช้เช็ดตามขวางของแผ่นกระจก อีกด้านหนึ่งเช็ดตามยาวจะเห็นรอยสกปรกได้ชัดกว่าเช็ดไปตามทางเด ียวกัน

- กลีเซอรีน ใช้ถูกระจกให้ทั่ว ป้องกันกระจกเปียกชื้น หรือน้ำค้างเกาะกระจกเป็นฝ้า

- สารส้มผสมเบียร์ ใช้ทากระจกที่มัวเป็นฝ้าแล้วใช้ผ้าขัด กระจกจะใสแวววาว

- ดีเกลือผสมเบียร์ ใช้เช็ดกระจกกันฝ้าขุ่นมัว

- แอมโมเนียกับน้ำส้มสายชูผสมกัน ใช้เช็ดกระจกให้ใสสะอาด หมดคราบมัน

- วิธีเช็ดยางขอบเทปที่ติดกระจกให้ออก ให้ใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์ชุบสำลีเช็ดกระจก

ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้ เพราะได้มีกระจกที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก.



-------------
http://lilypie.com">
http://lilypie.com">



Posted By: seahorse
Date Posted: 13 พ.ค. 2007 at 13:56

ถ้า ฮอลลีวู้ดบังคับว่า ต้องแปลชื่อภาพยนตร์ของเขาให้เป็นภาษาไทย แบบตรงตัว

 

โปรดนึกภาพตัวหนังสือภาษาไทยหน้าโรงหนังประกอบ
Mummy............................................ แม่จ๋า
Mummy Return.......................................แม่จ๋ากลับมาเถอะ
Gone with the Wind ................................ ลอยไปตามลม
xXx.....................................................หนังโป๊
X-Men .............................................ผู้ชายหื่น
Flyboys ..........................................กระหัง ??
Dragonball.....................................แก้วมังกร (อร่อยดี)
Saving Private Ryan……………………………. บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’
James Bond Dr. No……………………………....เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ)
Catch me if you can ...................... จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ)
Pearl harbor……………………………………….ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา)
Saw1 Saw2 Saw3 Saw4………………....………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4
Home alone..................................... บ้านเดี่ยว
Ghost Ship ..................................... ผีเล่นพนัน
What women want ........................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ)
Women On Top .................................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน
U-571.............................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ)
8MM..............................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย)
A whole nine yard..............................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว)
8Mile............................................12.87กิโลเมตร
Ocean’s eleven…………………………………… 11 มหาสมุทร
Ocean’s twelve…………………………….……… 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ)
Eight below………………………………….…….ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??)
20,000 leagues under the sea…………...……(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่)
Mystic River .........................................................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)
Who am I........................................................... ...........ผมเป็นใคร ?
I am Sam......................................................... ..........ผมคือยุรนันท์
Payback…………………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด)
Paycheck ............................................................ ...จ่ายด่วน ระวังเด้ง
Pay it forward ............................................................ ...จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)
Cheaper by the dozen...............................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ
Twelve Monkeys....................................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก)
Charlie's Angel....................................................... ....... นางฟ้าของชาลี
Charlie and The Chocolate Factory........................... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มรึงมีหลายอย่างจังนะชาลี)
Firewall………………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)
Star wars - return of the jedi…………………… กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์
Star gate……………………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน)
Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ)
Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ)
Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง
Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ
Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ)
Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย
Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย)
The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด
Toy Story................................................เรื่องของต้อย???
Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก
The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้)
Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย)
Con Air ............................................................ .......ข้าวโพดผึ่งลม
Cast Away ............................................................ ..ขว้างไปไกลๆ
Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้
Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก
Bigfish...................................................ปลาบึก
The net..................................................ตาข่าย
The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์
The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร
Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์)
The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้
Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา
Cat Woman............................................แมวตัวเมีย
Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้

 

กำกำกำ หนูไปตั้งกระทู้ใหม่ในห้องทั่วไปจ้า ขออภัยจิงๆ

ขออนุญาติย้ายมานี่ก็ละกัน



-------------
http://daisypath.com">


Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 08:55
ช่วยดันทู้ขึ้นมาน้องๆ จะได้มาแปะ FW mail กัน ที่นี่ นะคะ

-------------


Posted By: ohinpo
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 09:24

โทดทีค่ะ แปะผิดที่ แปะไปแล้วเพิ่งเห็นทู้นี้ แบบว่ามือใหม่หัดแปะ แหะ แหะ



-------------
http://ticker.7910.org/eng">


Posted By: groof
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 13:20
Subject: ผีข้าวมันไก่
>> >มีชายคนหนึ่ง ที่บ้านทำมาหากินด้วยการขายข้าวมันไก่> > >>> > >> >ซึ่งบ้าน
นี้จะมีธรรมเนียมสืบทอดกันต่อ ๆ มาว่า> > >>เมื่อเจ้าของกิจการตาย> > >>> > >>
>ผู้ที่เป็นลูกชายจะต้องทำการสืบทอดกิจการนี้ต่อจากผู้เป็นพ ่อ> > >>> > >> >>
> >>> > >> >ซึ่งบ้านนี้ก็ทำเช่นนี้มาตลอดถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจทำก็ ตาม> >
>>> > >> >จนวันหนึ่งพ่อของชายคนนี้เสียชีวิตลง   เขาก็จำเป็นต้องสืบทอด> >
>>> > >> >กิจการร้านข้าวมันไก่ต่อจากพ่อของเขา> > >>> > >> >> > >>> > >> >
ทุก ๆ อย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันครบรอบการตาย> > >>> > >> >ของ
พ่อเขา  วันนั้นที่ร้านขายดีมาก ๆ> >> > >>แบบที่ไม่เคยขายดีขนาดนี้มาก่อน> >
>>> > >> >> > >>> > >> >ได้มีเด็กผู้หญิงคนนึงซึ่งเธอเป็นลูกค้าประจำของร้าน>
> >>มาซื้อข้าวมันไก่> > >>> > >> >ไปกินเป็นอาหารเย็น  ตอนนั้นเป็นเวลา
โพล้เพล้ แสงอาทิตย์กำลังลับ> > >>> > >> >ขอบฟ้า  เจ้าของร้านก็รีบทำให้เด็ก
ผู้หญิงเพราะเริ่มมืดแล้ว> > >>เธอยังต้อง> > >>> > >> >เดินไปบ้านเธออีกไกล>
> >>> > >> >> > >>> > >> >เด็กผู้หญิงก็รีบเดินกลับไปบ้าน ด้วยหวังว่าจะได้
อร่อยกับข้าวมันไก่> > >>> > >> >แต่เมื่อเธอมาถึงบ้าน และเปิดดูในกล่องข้าว
ปรากฏว่ามีแต่ข้าว> > >>> > >> >ไม่มีไก่แม้แต่ชิ้นเดียว!!!  เธอแปลกใจมาก 
หลังจากนั้นเธอก็เดิน> > >>> > >> >ออกไปเพื่อซื้อข้้าวมันไก่อีกครั้ง> > >>>
> >> >> > >>> > >> >แต่คราวนี้เธอจับตามองดูเจ้าของร้านอย่างใจจดใจจ่อ> >เพราะ
กลัว> > >>> > >> >ว่าเจ้าของร้านจะโกงเธอ  แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ เธอก็
รีบเอา> > >>> > >> >ข้าวมันไก่กล่องนั้นกลับบ้านทันที  เมื่อมาถึงบ้านเธอก็รีบ
เปิดกล่อง> > >>> > >> >ข้าวมันไก่ทันที  แต่แล้ว....ก็ไม่พบไก่แม้แต่ชิ้นเดียว
เหมือนเดิม> > >>> > >> >> > >>> > >> >อากาศรอบข้างตอนนั้นเงียบสงัด เยือกเย็น
  ทันใดนั้น> > >>เธอก็ได้ยินเสียง> > >>> > >> >แง้มประตู  เธอเริ่มกลัว  แต่
ทว่า เสียงนั้นเป็นเสียงพ่อของเธอกำลัง> > >>> > >> >เปิดประตูบ้านเดินเข้ามา 
เธอจึงส่งเสียงเรียกพ่อของเธอ> > >>> > >> >> > >>> > >> >เด็กผู้หญิง :  (
เสียงสั่น) พ่อจ๋า  พ่อมาดูอะไรนี่สิพ่อ> > >>หนูซื้อข้าวมันไก่> > >>> > >>>
> >         &n bsp;          มา 2 กล่อง แต่มันไม่มีไก่แม้แต่ชิ้นเดียว ทั้ง> > >>ๆ
ที่เจ้าของร้าน> > >>> > >> >         &n bsp;          เขาก็ใส่ไก่มาให้แล้ว  > >
>>(เสียงเครือเหมือนจะร้องไห้ด้วยความกลัว)> > >>> > >> >> > >>> > >> >พ่อของ
เธอทำหน้าแปลกใจ  แล้วครุ่นคิดอย่างรอบคอบ  ทันใดนั้น> > >>> > >> >พ่อของเธอก็
กลับกล่องข้าวมันไก่แล้วเปิดดูทันที> > >>> > >> >> > >>> > >> >พ่อ   :   อี
เด็กโง่เอ๊ย  มึงนี่โง่จริง ๆ> > >>ทีหลังเปิดกล่องให้ถูกด้านสิวะ> > >>> >
>>> > >         &n bsp;  ไก่มันอยู่ฝั่งนี้โว้ย  เดี๋ยวตบดิ้นเลย> > >>> > >> >> >

-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: jaewjingjing
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 13:22


-------------


Posted By: groof
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 13:30
FW: เลือกรองเท้า ให้เข้ากับราศี
 

สาวราศีมังกร เป็นคนพูดน้อย แต่มีความรับผิดชอบเรื่องงานสูงมาก สาวราศีนี้จึงเหมาะกับรองเท้าคู่เก่งที่ให้ความคล่องตัว เช่นรองเท้าแบนแต๊ด (หรือ flat shoes ที่กำลังอินอยู่ตอนนี้พอดี) ยิ่งถ้าเลือกหัวมนเหมือนรองเท้าบัลเล่ต์จะยิ่งทำให้ดูน่ารักและ มีเสน่ห์ขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะใส่คู่กับกระโปรงหรือกางเกงยีนก็ดูดีไปซะหมด
สีรองเท้าที่เหมาะ น้ำเงิน ฟ้า น้ำตาล

สาวราศีกุมภ์ สำหรับสาวชอบเข้าสังคม เป็นคนสนุกสนานเฮฮา และอยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ อย่างสาวราศีกุมภ์ ถ้าเลือกใส่รองเท้าที่มีลูกเล่นประดับประดาพราวพรายด้วยประกายว ิบวับอย่างคริสตัลสี (bejeweled shoes) ก็จะช่วยเสริมให้คุณโดดเด่นเป็นที่สนใจ ไปไหนก็เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคนรอบข้างอย่างแน่นอน
สีรองเท้าที่เหมาะ สีสดๆ เช่นแดงสด ม่วงสด หรือสีเมทัลลิก เช่น เงิน ทอง

สาวราศีมีน แม้ภายนอกจะดูขี้อายกว่าสาวราศีอื่นๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการแต่งตัวสาวราศีมีนทั้งหลายจะยอมน้อยหน้าไ ด้อย่างไร หากคุณเป็นสาวราศีมีนที่กำลังมองหารองเท้าคู่ใหม่ให้ตัวเองอยู่ ละก็แนะนำให้เลือกรองเท้าที่มีสายรัดส้น (sling back) หรือแบบไม่มีสายรัด (mule) ก็ได้ แต่ต้องทำจากผ้าซาตินสีหวานๆ เพราะช่วยแสดงความละเอียดอ่อน และโรแมนติกของคุณได้ดี ไม่ว่าจะใส่กลางวันหรือกลางคืนก็ทำให้คุณงามแจ่มบาดใจละไมตามาก ๆ
สีรองเท้าที่เหมาะ สีพาสเทล เช่น ชมพูอ่อน เขียวอ่อน สีน้ำตาลเอิร์ธโทน

สาวราศีเมษ เรื่องความมั่นใจ ไอเดียบรรเจิดๆ และความซุปเปอร์เทรนด์ของสาวราศีนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้ สำหรับรองเท้าคู่โปรดปรานที่ช่วยให้สาวเมษลัคกี้อินเกมและอินเล ิฟตลอดกาล ต้องเป็นรองเท้าส้นเล็กแหลมเปี๊ยบ (Kitten heels) ซึ่งเสริมความเป็นผู้หญิงของคุณออกมาอย่างแรงแบบไม่มีใครเกิน
สีรองเท้าที่เหมาะ แดงสด ฟ้าสด น้ำตาล

สาวราศีพฤษภ สาวราศีนี้เป็นนักปฏิบัติ ชอบหาอะไรใหม่ๆ ทำ เข้าข่ายไฮเปอร์ไม่ยอมหยุดอยู่นิ่ง รองเท้าคู่กายที่ขาดไม่ได้ของเธอจึงต้องเน้นประโยชน์ใช้สอย ทนทานและดูแลรักษาง่าย พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ นอกจากบู๊ตแล้ว รองเท้าคัตชูหัวมน (Pumps) ก็เหมาะมากกับสาวพฤษภ ช่วยเสริมให้ดูเป็นคนหนักแน่น มั่นคง ดูเอาจริงเอาจัง
สีรองเท้าที่เหมาะ สีดำ น้ำตาล น้ำเงิน แดงเลือดหมู

สาวราศีเมถุน เพราะเป็นสาวเฟลิร์ตตี้ มีความสมาร์ทปนเซ็กซี่อยู่ในตัว และเปนนักอ่านแมกกาซีนตัวยง ดังนั้นจึงมน่าแปลกใจหาแกสาวราศีนี้จะอัพเดทเกาะติดเทรนด์แฟชั่ นอยู่แถวหน้าเสมอๆ ส่วนในที่ทำงานเธอก็ได้ชื่อว่าเป็น Office Queen ด้วยสไตล์การแต่งตัวที่เก๋เริ่ดเกินหน้าใคร แม้สาวราศีนี้จะขาดไม่ได้เลยกับรองเท้าแบรนด์เนมซึ่งต้องมีเก็บ ไว้ในตู้ แต่หากเป็นรองเท้าทรงหัวแหลมเปี๊ยวดูเพรียวชะลูดก็จะส่งเสริมหน ้าที่การงานให้มีอนาคตก้าวไกลได้
สีรองเท้าที่เหมาะ สีฟ้า เขียว เหลือง ดำ

สาวราศีกรกฎ ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวอาร์ติสต์ชอบทำอะไรตามอารมณ์ รวมถึงเรื่องการแต่งตัวหากเธอได้รับการ์ดเชิญไปงานที่ระบุ dress code ขึ้นมาเมื่อไหร่ สาวกรกฎจะไม่สนใจ ขอใส่แบบที่คิดว่าสวยเด็ดสำหรับเธอเท่านั้น แต่วันไหนสาวราศีนี้อยากลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองบ้าง แนะนำให้เลือกรองเท้าส้น เพราะจะทำให้ดูเป็นสาวนุ่มนวลน่าทะนุถนอมทีเดียวล่ะ
สีรองเท้าที่เหมาะ สีน้ำตาล ฟ้า น้ำเงิน เขียว

สาวราศีสิงห์ เป็นคนชอบแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดอินเทรนด์ตลอดกาล ชนิดที่เรียกว่าเป็นสาวกแบรนด์เนมอันดับต้นๆ ก็ว่าได้ ถ้ามีรางวัลแต่งตัวดียอดเนี่ยม ต้องขอยกตำแหน่งนี้ให้เธอไปครอบครองเพราะไม่ว่าจะหยิบจับอะไรมา ใส่ก็มักได้รับคำชมจากคนรอบข้างเสมอๆ รองเท้าที่จะช่วยสร้างเสน่ห์และเสริมส่งความน่ารัก สำหรับสาวราศีนี้ต้องเป็นส้นสูงปรี๊ด (Stiletto) รับรองว่าขาจะดูเรียวเพรียวเซ็กซี่ทุกย่างก้าวที่เดิน แต่ยังไงก็อย่าเพลินกระหน่ำความสูงมากไปละกัน เดี๋ยวปวดหลังแล้วจะหาว่าไม่เตือน
สีรองเท้าที่เหมาะ สีแดง ส้ม ทอง เงิน

สาวราศีกันย์ เซนส์ในการแต่งตัวเป็นคุณสมบัติโดดเด่นของสาวราศีกันย์ ซึ่งมีความสามารถเฉพาะตัวในการ มิกซ์แอนด์แมชท์เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าให้เข้ากันอย่างไม่มีที่ติ หากสาวกันย์เลือกใส่รองเท้าสไตล์คลาสสิกยอดฮิต อย่างเช่นส้นสูงไม่มีสายรัด (mule) หรือ เปิดด้านหน้า (open-toed) ก็จะช่วยใหการงานปลอดโปร่งจากปัญหาหรืออุปสรรคมาขัดขวาง ทำอะไรก็ราบรื่น ผ่านฉลุยลูกเดียว
สีรองเท้าที่เหมาะ สีเขียวหยก ม่วง น้ำตาล ดำ

สาวราศีตุล แม้จะให้ความสำคัญกับความเนี้ยบเป็นอันดับหนึ่ง แต่สไตล์การแต่งตัวของสาวราศีตุลก็ยังคงนิยมความเรียบง่ายเข้าไ ว้ก่อน เพราะยึดอคติว่า less is more คือ ยิ่งน้อยชิ้นเท่าไหร่ยิ่งดีและด้วยบุคลิกเรียบโก้ แน่นอนว่ารองเท้าที่สาวราศีตุลมีไว้เป็นเพื่อนคู่ใจจึงไม่ค่อยม ีดีเทลจุกจิกนัก กระนั้นถ้าหากเลือกรองเท้าส้นเตารีด (wedges) มาใส่สักคู่ เพราะจะช่วยนำพาความมั่นคงก้าวหน้ามาสู่ชีวิต มีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำจุน พูดจากอะไรก็น่าเชื่อถือ
สีรองเท้าที่เหมาะ สีขาว เอิร์ธโทน ฟ้า น้ำเงิน

สาวราศีพิจิก ลักษณะเด่นของสาวราศีนี้ คือเป็นคนขรึม ชอบใช้ชีวิตอิสระและมีโลกส่วนตัวสูง แม้บางครั้งเจ้าอารมณ์ เอาใจยาก แต่ก็มีข้อดีคือโกรธง่าย หายเร็ว ถ้าใส่รองเท้าแบบเปลือยๆ จะช่วยเสริม ท่วงท่าลีลาการเดิน เปิดทางให้เป็นคนกว้างขวาง มีคนเมตตา คิดจะลงทุนอะไรก็ไม่ติดขัด
สีรองเท้าที่เหมาะ สีแดงเข้ม น้ำเงิน ดำ

สาวราศีธนู เป็นคนช่างแต่งตัว ขี้เล่น และชอบสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ให้ชีวิต ดังนั้นจังไม่มีรองเท้าแบบไหนจะเหมาะกับสาวราศีนี้เท่ากับรองเท ้าหนังสีสันชวนเตะตา ที่มาพร้อมกับลกเล่นวัสดุตกแต่งต่างๆ ไม่มว่าจะเป็นโบว์ ดอกไม้ เฟอร์ หรือผ้าพิมพ์ลายกราฟฟิก ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณมีลีลาสวยสง่าทุกโอกาสแล้ว ยังเสริมส่งโชคดีทางด้านการเงินอีกด้วย
สีรองเท้าที่เหมาะ สีแดง ม่วง เขียว ชมพู



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้



Posted By: groof
Date Posted: 16 พ.ค. 2007 at 13:35



-------------

http://groofjeab.bloggang.com - คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้




Print Page | Close Window